ข่าวสารปี 2554

WSPA ประกาศแผนให้ความช่วยเหลือสัตว์นับหมื่นชีวิตในญี่ปุ่น

24 มีนาคม 2011
WSPA ประเมินงบประมาณที่จะต้องใช้ในการช่วยเหลือครั้งนี้มีเป็นจำนวน 150,000 เหรียญสหรัฐเพื่อสนับสนุนทีมงานตอบสนองภัยพิบัติต่อสัตว์ (Animal Disaster Response Team; ADRT) ซึ่งเป็นการรวมตัวของหลายกลุ่มที่ทำงานเกี่ยวกับสัตว์ รวมถึงสมาชิกของ WSPA

 WSPA ประกาศแผนให้ความช่วยเหลือสัตว์นับหมื่นชีวิตในญี่ปุ่น

WSPA ประเมินงบประมาณที่จะต้องใช้ในการช่วยเหลือครั้งนี้มีเป็นจำนวน 150,000 เหรียญสหรัฐเพื่อสนับสนุนทีมงานตอบสนองภัยพิบัติต่อสัตว์ (Animal Disaster Response Team; ADRT) ซึ่งเป็นการรวมตัวของหลายกลุ่มที่ทำงานเกี่ยวกับสัตว์ รวมถึงสมาชิกของ WSPA เช่น สมาคมสวัสดิภาพสัตว์ญี่ปุ่น (Japan Animal Welfare Society; JAWS) ซี่งการสนับสนุนในครั้งนี้จะทำให้ ADRT สามารถช่วยเหลือและฟื้นฟูผลพวงของแผ่นดินไหวและสึนามิได้

ร่วมบริจาคเพื่อช่วยเหลือสัตว์ที่ญี่ปุ่น

ตั้งเเต่ WSPA ได้เริ่มลงพื้นที่เมื่อวันที่ 15 มีนาคม เราพบว่า มีประชาชนประมาณ 350,000 คนพักอาศัยในศูนย์หนีภัย ประมาณการณ์ว่า 7-10% ของประชาชนในศูนย์ได้นำพาสัตว์เลี้ยงของเขามาอาศัยอยู่ด้วย

การสำรวจยังให้ข้อมูลอีกว่า สัตว์มากกว่า 30,000 ตัว จำเป็นต้องได้รับที่พักพิงโดยด่วน

Continuing care for Japanese families’ pets

“Lindsay Fyffe ผู้จัดการฝ่ายปฎิบัติการประสานงานและจัดการด้านภัยพิบัติของ WSPA ประเทศอังกฤษ กล่าวว่า “ครอบครัวชาวญี่ปุ่นจำนวนมาก พยายามให้การดูแลและปกป้องสัตว์เลี้ยงอันเป็นที่รักของเขาที่ได้รับผลพวงจากภัยพิบัติ ซึ่งสิ่งนี้ได้สร้างความท้าทายอย่างหนึ่งให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลญี่ปุ่นในการจัดหาที่พักพิงชั่วคราวให้แก่ครอบครัวผู้อพยพหนีภัยพิบัติที่มีสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกในครอบครัว ทีมจัดการภัยพิบัติได้พยายามอย่างหนักเพื่อดูแลสัตว์ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ชุมชนต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากเช่นนี้ WSPA จะยังคงสนับสนุนและเป็นกำลังสำคัญทั้งด้านงบประมาณและการจัดส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์”

ความรุนแรงจากมหันตภัยจะยาวนานไปกว่าสามเดือน WSPA จึงได้ทุ่มเทอย่างมากในการจัดตั้งที่พักฟื้นชั่วคราวจำนวน 30 แห่งแก่สุนัขและแมวซึ่งติดตามครอบครัวผู้อพยพหนีภัยพิบัติ ทีมงานตอบสนองภัยพิบัติต่อสัตว์ ได้ดำเนินการจัดหาอาหารและน้ำดื่มแก่สัตว์เหล่านั้น

Supporting local efforts

ทีมจัดการด้านภัยพิบัติของ WSPA จะสนับสนุน ADART และสัตวเเพทย์ในพื้นที่เพื่อจัดส่งยาเเละอุปกรณ์ช่วยเหลือฉุกเฉินให้กับสัตวืที่ได้รับผลจากภัยพิบัติ

ยังคงมีความไม่แน่ชัดถึงสถานการณ์ในจังหวัดฟุกุชิมะซึ่งได้รับผลจากการแผ่กระจายของกัมมันตภาพรังสี ทำให้พื้นที่ในรัศมี 30 กิโลเมตร โดยรอบถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่ต้องอพยพหนีภัย WSPA มีความกังวลเกี่ยวกับผลพวงที่เกิดขึ้นกับสัตว์ในปศุสัตว์และสัตว์ปีก ซึ่งถูกทิ้งไว้เนื่องจากการอพยพอย่างเร่งด่วน โดยจำนวนของสัตว์เหล่านั้น ยังไม่เป็นที่แน่ชัด ขณะที่ปริมาณกัมมันตภาพรังสีอยู่ในระดับสูงมากเกินกว่าที่ทีมงานและกลุ่มให้ความช่วยเหลือเกี่ยวกับสัตว์ต่างๆ จะได้รับอนุญาตให้เข้าไปช่วยเหลือในพื้นที่นั้นได้ สัตว์เหล่านี้อยู่ในสภาวะที่เสี่ยงต่ออันตรายจากกัมมันตภาพรังสี การสูญเสียน้ำ การขาดอาหาร รวมถึงโรคต่างๆ และภาวะที่ร่างกายมีอุณหภูมิต่ำเกินไป

ติดตามสถานการณ์ล่าสุด บล็อกสัตว์ในภัยพิบัติ

 

หมวดหมู่: 

บอกต่อเพื่อนๆ

นักล่าวาฬชาวญี่ปุ่นเริ่มเปิดฤดูกาลล่าครั้งแรกของปี 2011

03 กุมภาพันธ์ 2011
ในปี 2011 ญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกที่เริ่มปฏิบัติการล่าวาฬที่โหดร้ายทารุณในเขตคุ้มครองมหาสมุทรแอนตาร์กติกใต้

นักล่าวาฬชาวญี่ปุ่นเริ่มเปิดฤดูกาลล่าครั้งแรกของปี 2011

ในปี 2011 ญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกที่เริ่มปฏิบัติการล่าวาฬที่โหดร้ายทารุณในเขตคุ้มครองมหาสมุทรแอนตาร์กติกใต้

กลุ่มนักกิจกรรมรณรงค์เพื่อสังคม เป็นพยานว่าเมื่อวันที่ 25 มกราคม ที่ผ่านมามีวาฬอย่างน้อยหนึ่งตัวถูกสังหาร ในมหาสมุทรแอนตาร์กติกใต้ ซึ่งอยู่ในเขตฟื้นฟูและรักษาพันธุ์วาฬ ทั้งนี้นักล่าวาฬจากญี่ปุ่น มีเป้าหมายในการล่าเป็นจำนวนมากกว่า 1,000 ตัว โดยมุ่งไปที่วาฬมิงกิ (Minke) 935 ตัว วาฬฟิน (Fin) 50 ตัว และครั้งนี้ นับเป็นฤดูกาลที่สามแล้วที่วาฬฮัมแบ๊คส์ (Humpbacks) ยังคงอยู่ในเป้าหมายการล่าถึง 50 ตัว ซึ่งนับเป็นความล้มเหลวของประเทศญี่ปุ่นในการสั่งห้ามล่าวาฬเชิงพาณิชย์

มีวาฬเพียงประมาณ 40% ของวาฬที่ถูกล่าจบชีวิตลงภายใน 10 วินาทีหลังจากถูกยิง นั่นความหมายว่า ในปีนี้ วาฬกว่า 600 ตัวจะต้องเผชิญกับความโหดร้าย และได้รับความทุกข์ทรมานจากบาดแผลที่น่ากลัว จนกว่ามันจะจบชีวิตลง ในบางครั้งมันต้องทนความเจ็บปวดอยู่เป็นระยะเวลากว่าหนึ่งชั่วโมง จึงจะสิ้นใจ

มร. Joanna Toole ผู้บริหารโครงการสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเลของ WSPA กล่าวว่า "การล่าวาฬที่ทารุณนี้ขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่ว่า นานาชาติต่างประนามการกระทำที่โหดร้ายเช่นนี้ และความนิยมบริโภคเนื้อวาฬที่ลดลง การล่าวาฬเชิงพาณิชย์นับเป็นต้นเหตุของความทุกข์ทรมานอันแสนสาหัส ไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นที่ไหน และเกิดกับวาฬสายพันธุ์อะไรก็ตาม การล่าวาฬนับเป็นอุตสาหกรรมที่ไม่มีความจำเป็นและควรเป็นเพียงประวัติศาสตร์เท่านั้น”

ประเทศกลุ่มสแกนดิเนเวียเริ่มกลับมาล่าวาฬอีกครั้ง

ขณะที่ญี่ปุ่นได้เริ่มต้นฤดูล่าสัตว์ของปี 2011 ในมหาสมุทรทางตอนใต้ ประเทศนักล่าวาฬอื่นๆ เช่น นอร์เวย์ (Norway) และไอซ์แลนด์ (Iceland) ก็กำลังเตรียมกิจกรรมล่าวาฬอีกกว่า 1,300 ตัว

ข้อมูลจากนอร์เวย์เปิดเผยว่า โควต้าการล่าวาฬในปี 2011 นี้ แต่เดิมจะเริ่มในเดือนเมษายน โดยได้ระบุจำนวนการล่าวาฬมิงกิไว้ที่ 1,286 ตัว เป็นจำนวนที่เท่ากันในปี 2010 ถ้าตัวเลขดังกล่าวเป็นจริง นอร์เวย์ก็จะเป็นประเทศที่มีการล่าวาฬเชิงพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

อย่างไรก็ตามจากตัวเลขทางการตลาดที่ลดลงของผลิตภัณฑ์เนื้อวาฬในปีที่ผ่านมา ทำให้นักล่าวาฬจากนอร์เวย์ล่าวาฬไปเพียงหนึ่งในสามของจำนวนที่ได้รับการจัดสรรทั้งหมด นับเป็นข้อบ่งชี้ชัดเจนว่าอุตสาหกรรมล่าวาฬกำลังเสื่อมถอยลง ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของ WSPA และองค์กรอื่นๆ

ในอีกด้านหนึ่ง Gary Locke เลขาธิการพาณิชย์สหรัฐอเมริกา ได้วิจารณ์การกลับมาอีกครั้งของการค้าขายผลิตภัณฑ์จากวาฬฟินในประเทศไอซ์แลนด์ โดยในปีที่ผ่านมามียอดปริมาณการส่งออกถึง 800 กว่าตัน นับรวมผลิตภัณฑ์จากวาฬฟินซึ่งใกล้สูญพันธุ์ ทั้งนี้ ณ ปัจจุบัน ไอซ์แลนด์มีโควต้าประจำปีสำหรับวาฬมิงกิ 100 ตัว และวาฬฟิน 150 ตัว

WSPA และรัฐบาลอังกฤษ ประสานความร่วมมือเพื่อสวัสดิภาพวาฬ

ในปีนี้ WSPA จะยังคงผลักดัน คณะกรรมมาธิการการล่าวาฬนานาชาติ (International Whaling Commission - IWC)ในการแก้ปัญหาอย่างจริงจังเรื่องสวัสดิภาพสัตว์พื้นฐานที่เกี่ยวเนื่องกับการล่าวาฬ จากความร่วมมือกับรัฐบาลประเทศอังกฤษ เราจะจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องสวัสดิภาพวาฬและจริยธรรมให้แก่นักวิชาการและผู้เกี่ยวข้องด้านการกำหนดนโยบาย ที่ Eden Project ใน Cornwall ประเทศอังกฤษในวันที่ 22 และ 23 มีนาคม ศกนี้

ในการประชุม IWC ปีที่ผ่านมา ข้อเสนอจากประเทศอังกฤษได้รับการสนับสนุนอย่างท่วมท้นจากประเทศอื่นๆ ได้แก่ เบลเยียม, ออสเตรเลีย, อาเจนตินา, นิวซีแลนด์, เอกวาดอร์, เนเธอร์แลนด์, เยอรมัน, โปรตุเกส, คอสตาริกา, อินเดีย และบราซิล

ผู้เชี่ยวชาญสวัสดิภาพสัตว์และจริยธรรมจากนานาประเทศจะเข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการและมีส่วนร่วมในการหารือและวิเคราะห์ข้อมูลที่นำเสนอในที่ประชุม ข้อเสนอแนะใดๆ ที่ได้จากการประชุม จะถูกบันทึกลงในรายงานนั้นช่วยทำให้ IWC มีความเข้าใจความคิดเห็นของนานาชาติ ทั้งในแง่มุมทางวิทยาศาสตร์และการจัดการสวัสดิภาพสัตว์ ตลอดจนมุมมองทางวิชาการด้านจริยธรรม WSPA หวังว่า สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คณะกรรมการมีความเข้าใจที่แจ่มชัดและสามารถตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพในประเด็นต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการล่าวาฬ หรือสวัสดิภาพด้านอื่นๆ

เรือล่าวาฬของนอร์เวย์ชื่อ Brandsholmboen และการล่าวาฬมิงก์ (minke) ที่เมือง Hamningberg ทางตอนเหนือของนอร์เวย์

หมวดหมู่: 

บอกต่อเพื่อนๆ

WSPA ขอแนะนำเคล็ดลับที่จะทำให้คุณท่องเที่ยวอย่างเป็นมิตรต่อสัตว์โลก

10 มีนาคม 2011
หากคุณกำลังวางแผนวันหยุดพักผ่อน ขอให้แน่ใจว่าการเดินทางท่องเที่ยวของคุณ เป็นมิตรต่อสัตว์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ในสวนสนุก สัตว์ที่ให้ความเพลิดเพลินในการแสดงข้างถนน บริการขี่ช้าง รวมถึงอาหารจานพิสดารทั้งหลาย

 WSPA ขอแนะนำเคล็ดลับที่จะทำให้คุณท่องเที่ยวอย่างเป็นมิตรต่อสัตว์โลก

หากคุณกำลังวางแผนวันหยุดพักผ่อน ขอให้แน่ใจว่าการเดินทางท่องเที่ยวของคุณ เป็นมิตรต่อสัตว์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ในสวนสนุก สัตว์ที่ให้ความเพลิดเพลินในการแสดงข้างถนน บริการขี่ช้าง รวมถึงอาหารจานพิสดารทั้งหลาย และยังมีกิจกรรมอีกมากมายซึ่งบรรดาผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวใช้เป็นเครื่องมือเรียกเงินจากคนที่รักสัตว์ โดยมีต้นทุนคือการเบียดเบียนสวัสดิภาพสัตว์เหล่านั้น

เป็นเรื่องน่าเสียใจ ที่นักท่องเที่ยวผู้รักสัตว์กลับต้องจ่ายเงินไปให้กับการทรมานสัตว์ ทั้งจากการที่สัตว์ต้องทำงานติดต่อกันหลายชั่วโมงโดยไม่ได้หยุดพัก การขาดอาหารและน้ำที่มีอย่างไม่เพียงพอ ดังนั้นหนทางที่ดีที่สุดเพื่อให้มั่นใจว่าการเดินทางของเราเป็นมิตรต่อสัตว์ทั้งหลายมากที่สุด คือการติดตามข่าวสาร พิจารณาและตระหนักรู้ต่อสิ่งรอบตัวที่เกี่ยวข้องไปถึงสวัสดิภาพของสัตว์ตลอดระยะเวลาการเดินทาง

และนี่คือเคล็ดลับ 10 ข้อ ที่จะทำให้การเดินทางในวันหยุดของคุณ เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขใจ

เคล็ดลับ 10 ประการสำหรับการท่องเที่ยวของคุณที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ

1) เลี่ยงการท่องเที่ยวในสถานที่ซึ่งนำสัตว์มาแสดงเพื่อความบันเทิง ทั้งสวนสัตว์ริมถนน โรงละครสัตว์ หรือสวนสนุก

ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ไหน สัตว์ที่ถูกจับมาจากป่ามักต้องทนทุกข์ทรมานจากการขาดสารอาหาร ขาดการดูแลสุขภาพ ความเครียดที่เกิดขึ้น และบาดแผลที่เกิดจากการถูกกักขังในที่จำกัด สภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม รวมถึงการฝึกอย่างหนัก

2) เลี่ยงการเข้าชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ และสวนน้ำที่กักขังสัตว์ทะเลที่เลี้ยงลูกด้วยนม อย่างวาฬ หรือโลมา

ในสภาวะธรรมชาติ โลมาและวาฬ มีชีวิตได้ดีอย่างธรรมชาติด้วยการอาศัยอยู่ในพื้นที่บริเวณกว้าง แต่ในสระน้ำซึ่งออกแบบมาให้ผู้ชมสามารถรับชมได้ใกล้ชิด มีพื้นที่ไม่เพียงพอต่อพฤติกรรมธรรมชาติของพวกเขา ความเชื่อที่ว่า โลมาที่แสดงอยู่นั้น ยิ้ม เพราะมันมีความสุขกับชีวิตในสวนสนุก เป็นความหลงผิดโดยแท้ เพราะธรรมชาติโลมามีใบหน้าและปากเป็นลักษณะแบบนั้น โลมาไม่สามารถขยับกล้ามเนื้อบนใบหน้าให้ยิ้มได้ ในความเป็นจริงนั้น โลมาและวาฬต่างถูกจับมาจากแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ ถูกบังคับ และฝึกให้แสดงในสิ่งที่ผิดวิสัยของมัน เพื่อให้ความบันเทิงแก่มนุษย์

3) เลี่ยงการเข้าร่วมเทศกาลหรือเหตุการณ์ใดๆ ที่ใช้ประโยชน์จากสัตว์

การทรมาณสัตว์โดยมีข้ออ้างว่าเป็นไปตามประเพณีนั้น เป็นสิ่งที่รับไม่ได้ ดังเช่นในงานเทศกาลสู้วัวกระทิง ที่ความเป็นความตายของวัวเหล่านั้น ถูกกำหนดโดยนักสู้วัว เทศกาลดังกล่าวเป็นเหตุให้ มีวัวหลายพันตัวต้องบาดเจ็บสาหัส และพิการ ในแต่ละปี

4) เลี่ยงการขึ้นนั่งโดยสารสัตว์ป่า เช่น การขี่ช้าง

ช้างส่วนใหญ่ถูกจับมาจากป่า ไม่ได้รับการดูแลที่เพียงพอ ถูกจับมาฝึกบังคับด้วยวิธีที่ไม่เหมาะสมและสร้างความเจ็บปวดให้กับพวกมัน หากเราต้องการชมสัตว์ป่า ควรจะเลือกเข้าชมสัตว์ในสวนสัตว์เปิดจะเหมาะสมกว่า และเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสวัสดิภาพของบรรดาสัตว์ทั้งหลาย

5) เลี่ยงการขึ้นนั่งบนหลังม้า ลา หรืออูฐ หากคุณเป็นห่วงสวัสดิภาพของสัตว์

สัตว์จำนวนมากที่ถูกนำมาใช้เป็นพาหนะเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยว พวกมันถูกบังคับให้ต้องทำงานติดต่อกันยาวนานหลายชั่วโมงโดยไม่ได้หยุดพัก และอาจไม่ได้รับอาหาร และน้ำดื่มที่เพียงพอ หลายชีวิตต้องทรมานจากความร้อน อ่อนแรง และได้รับบาดเจ็บจากยวดยานพาหนะบนท้องถนน จากบังเหียน หรือเครื่องเทียมลากที่ออกแบบและจัดวางไม่เหมาะสม

6) ซื้อหาของฝากด้วยความระมัดระวัง

ของฝากจำนวนมากทำขึ้นจากสิ่งมีชีวิตในท้องถิ่นที่ได้รับการอนุรักษ์ การซื้อสิ่งเหล่านี้ เท่ากับเป็นบ่อนทำลายความตั้งใจและงานอนุรักษ์ของรัฐบาลท้องถิ่น เราจึงต้องหลีกเลี่ยงการนำพาผลิตภัณฑ์จากสิ่งเหล่านั้นกลับบ้าน อาทิ ของที่ทำจากหนังสัตว์ ขนสัตว์ เขาสัตว์ กรงเล็บ เปลือกหอย ปะการัง กระดองเต่า เขากวาง และงาช้าง

7) เลี่ยงการใช้บริการถ่ายรูปกับสัตว์ป่าที่ถูกจับมา

สัตว์หลายชนิด เช่นลิง มักถูกล่ามาจากป่า และนำมากักขังในสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม พวกมันมักถูกถอนเขี้ยวและกรงเล็บ รวมถึงถูกให้ยาเพื่อให้มันอยู่ในความสงบได้

8) เลี่ยงการบริโภคอาหารพิศดาร ราคาแพง ที่ปรุงจากสัตว์

การมีประสบการณ์ในประเพณี วัฒนธรรมท้องถิ่น ไม่จำเป็นต้องเข้าไปเกี่ยวพันกับการทรมานสัตว์ สัตว์หลากหลายสายพันธุ์ใกล้สูญพันธุ์เพราะการบริโภคของมนุษย์ ซึ่งการล่าสัตว์และปลิดชีวิตของมันล้วนทำด้วยวิธีการที่โหดร้าย เราจึงควรเลี่ยงการบริโภคเนื้อสัตว์ป่า เช่น ลิง ช้าง ละมั่ง จระเข้ งู กบ หมูป่า เนื้อวาฬ หอยสังข์ เต่า ปลิงทะเล หูฉลาม ไข่เต่า และไข่นก เป็นต้น

9) ระมัดระวังสิ่งที่อยู่ในจานของคุณ

ในสถานที่ที่คุณเดินทางไป ขอให้พิจารณาว่าอาหารของคุณมาจากการเพาะเลี้ยงด้วยวิธีการที่โหดร้ายหรือไม่ ดังเช่นกรณีการเลี้ยงห่านด้วยวิธีผิดธรรมชาติเพื่อให้ได้มาซึ่งตับห่านขนาดโตกว่าปกติหากนักเดินทางได้ค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมายด้านสวัสดิภาพสัตว์ การทำปศุสัตว์ ในประเทศที่กำลังจะเดินทางไปก่อนก็จะเป็นเรื่องที่ดี เพราะระหว่างการเดินทางคุณสามารถเลือกรับประทานอาหารที่เราไม่ต้องเบียดเบียนสวัสดิภาพสัตว์อย่างไม่สมควร

10) เคารพต่อการใช้ชีวิตของสัตว์ป่า และสิ่งแวดล้อม

สวนสัตว์เปิด เป็นตัวเลือกที่ดีอันหนึ่งของการได้มีประสบการณ์ใกล้ชิดธรรมชาติ และได้เห็นสัตว์ป่าอยู่อาศัยในสภาวะแวดล้อมตามธรรมชาติของมัน อย่างไรก็ดี อย่าลืมตรวจสอบว่า สวนสัตว์เปิดที่คุณเลือกไปนั้น ดำเนินการตามหลักจริยธรรมที่เหมาะสมหรือไม่ อีกทั้งมัคคุเทศก์ที่ดีนั้นก็จะไม่ทำการใดๆ ที่เป็นการหลอกล่อ ขับไล่ กักกัน หรือบีบบังคับทำให้สัตว์ต้องมารวมฝูงกันเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชม

สิ่งที่นักท่องเที่ยวที่ดีพึงกระทำ

1) ระหว่างการเดินทางช่วงวันหยุด ไม่ว่าจะในประเทศใดๆ ขอให้คุณติดตามข่าวคราวการละเมิดสวัสดิภาพ หรือการทารุณกรรมสัตว์

ถ้าคุณพบเห็นการทารุณกรรมสัตว์ จดบันทึกวัน เวลา ที่เกิดเหตุการณ์ และถ้าอยู่ในสถานการณ์ที่ปลอดภัย คุณอาจถ่ายภาพ หรือวีดีโอไว้เป็นหลักฐาน คุณสามารถเรียกร้องต่อตัวแทนบริษัทท่องเที่ยว ผู้ดำเนินการท่องเที่ยว ผู้จัดการโรงแรม สำนักงานการท่องเที่ยวท้องถิ่น หรือสถานทูตของประเทศนั้นๆ ที่ตั้งอยู่ในประเทศของคุณ แสดงให้เขาเห็นว่า คุณไม่เห็นด้วย และไม่สนับสนุนกิจกรรมใดๆ ที่โหดร้ายและเป็นภัยต่อสัตว์ คุณยังสามารถติดต่อตำรวจท้องถิ่น หรือสมาพันธ์ท้องถิ่นเพื่อสวัสดิภาพสัตว์ เพื่อแจ้งเหตุการณ์ที่พบ

2) สนับสนุนองค์กรเพื่อสวัสดิภาพสัตว์ สถานฟื้นฟูและให้ที่พักพิงแก่สัตว์

ในหลายประเทศ คุณได้พบเห็นสัตว์เร่ร่อนจำนวนมาก โดยเฉพาะแมวและสุนัข ซึ่งต้องผจญกับความทรมานจากการบาดเจ็บ ความอดอยาก หรือภาวะเจ็บป่วย บ่อยครั้งที่นักเดินทางผู้รักสัตว์ทั้งหลาย ต้องสะเทือนใจเมื่อเห็นสัตว์จำนวนมากอยู่ในสภาพที่ต้องการความช่วยเหลือ ทางที่ดีที่สุดที่จะช่วยสัตว์เร่ร่อนเหล่านั้นได้ คือการติดต่อองค์กรท้องถิ่นที่ให้ความช่วยเหลือ และสถานพักพิงแก่สัตว์เหล่านั้น หรือโดยการบริจาคเงินช่วยเหลือ หรือถามหาความช่วยเหลืออื่นๆ ที่คุณสามารถทำได้

3) การเข้าให้ความช่วยเหลือสัตว์ อาจเป็นทางเลือกหนึ่งของการใช้วันหยุดพักผ่อน

คุณสามารถเลือกใช้วันหยุดไปกับงานอาสาสมัคร มีบริษัทจำนวนมากที่จัดรายการสำหรับวันหยุดด้วยงานอนุรักษ์ที่อยู่ของเต่าทะเล หรือกระทั่งการให้อาหารสัตว์ป่าที่บาดเจ็บในนามิเบีย โครงการมีทั้งแบบระยะเวลาสั้นๆ ไม่กี่วัน จนถึงระยะเวลานานเป็นเดือน

4) กระจายข้อมูล ข่าวสาร

คุณสามารถให้ข้อมูล ความรู้แก่เพื่อน ครอบครัว และนักเดินทางคนอื่นๆ โดยการแบ่งปันแนวทางข้างต้นให้แก่เขาเหล่านั้น

หมวดหมู่: 

บอกต่อเพื่อนๆ

WSPA เปิดตัวโครงการ ‘Pawprint’ ให้ตระหนักพฤติกรรมการบริโภคของเราที่มีต่อสัตว์ ผู้คน และโลกใบนี้

19 ธันวาคม 2011
WSPA ได้เปิดตัวแคมเปญทั่วโลกในการปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ของสัตว์ในฟาร์มด้วยการเพิ่มความตระหนักของสาธารณชนถึงความสัมพันธ์ที่แท้จริงระหว่างสวัสดิภาพสัตว์กับความยั่งยืน

WSPA ได้เปิดตัวแคมเปญทั่วโลกในการปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ของสัตว์ในฟาร์มด้วยการเพิ่มความตระหนักของสาธารณชนถึงความสัมพันธ์ที่แท้จริงระหว่างสวัสดิภาพสัตว์กับความยั่งยืน

ก่อนจะมีการจัดประชุม United Nations Earth Summit ณ กรุงริโอ เดอ จาไนโร ในปี 2555 WSPA จะนำเสนอประเด็นนี้ต่อ UN และผู้แทนจากประเทศต่างเพื่อให้บรรจุประเด็นเรื่องสวัสดิภาพสัตว์ไว้ในวาระการประชุมด้วย – โดยที่จะมีการตกลงกันในเรื่องการดำเนินการระดับโลกต่อประเด็นเรื่องความยั่งยืนและการพัฒนาที่สำคัญ  

WSPA ยังได้เปิดตัวโครงการ Pawprint – แคมเปญแบบมีปฏิสัมพันธ์ของผู้บริโภคที่จะเปิดเผยให้เห็นภาพของผลกระทบจากพฤติกรรมการบริโภคของแต่ละบุคคลที่มีต่อสัตว์ และสนับสนุนให้บุคคลเหล่านั้นยื่นคำร้องต่อรัฐบาลของตนในการบรรจุประเด็นเรื่องสวัสดิภาพสัตว์ไว้ในวาระการประชุม Earth Summit แคมเปญแบบออนไลน์นี้จะเชิญชวนให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตได้ค้นพบ Pawprint ของตนเองโดยถามปัญหาเกี่ยวกับการเลือกรับประทานอาหารของพวกเขาขณะที่แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ที่เราอาจจะไม่ทราบมาก่อนจากการจัดให้มีสวัสดิภาพสัตว์ที่ดีที่มีต่อสัตว์ ผู้คน และโลกของเรา เช่น: 

  • ในอินเดีย ฟาร์มไก่แบบปล่อยอิสระที่มีสวัสดิภาพสัตว์ดีจะช่วยพัฒนาความเป็นอยู่ของหญิงชาวชนบทได้ 
  • ในสหรัฐอเมริกา ฟาร์มที่ปล่อยให้ปล่อยให้วัวหากินหญ้าเองจะสร้างงานในท้องถิ่นในระยะยาว 
  • ในบราซิล ฟาร์มไก่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจะปกป้องภูมิประเทศในท้องถิ่นจากสารฆ่าแมลงและสารมลพิษ

ดร.เลสลี่ย์ แลมเบิร์ท ตำแหน่ง Chief Policy Advisor ของ WSPA กล่าวว่า “ปัจจุบัน ชาติสมาชิกของสหประชาชาติกำลังจัดเตรียมเอกสารข้อมูลสำหรับ UN Earth Summit ณ กรุงริโอฯ ในปีหน้า เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่พวกเขาจะต้องรวมการพิจารณาเรื่องสวัสดิภาพสัตว์ไว้ในชั้นนี้ด้วยเนื่องจากประเด็นเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญต่อการแก้ปัญหาใหญ่ ๆ ของโลกที่เรากำลังเผชิญอยู่ในทุกวันนี้ ถือเป็นโอกาสพิเศษของเราในการนำเรื่องสวัสดิภาพสัตว์เข้าสู่การปรึกษาหารือเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน และโครงการ Pawprint จะสร้างวิธีการในแบบที่มีปฏิสัมพันธ์และเป็นประโยชน์สำหรับทุกคนในการเข้าร่วมในแคมเปญนี้ ไม่ว่าความเข้าใจของเขาในปัจจุบันเกี่ยวกับสวัสดิภาพสัตว์จะอยู่ในระดับใดก็ตาม”

WSPA มีความมุ่งมั่นที่จะทำให้แน่ใจว่าสวัสดิภาพสัตว์จัดเป็นประเด็นสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในการกำหนดนโยบายเรื่องความยั่งยืนและการพัฒนาของโลกโดยการให้หลักฐานที่หนักแน่นว่าการประกอบการฟาร์มเลี้ยงสัตว์ที่ให้ความสำคัญในเรื่องสวัสดิภาพสัตว์เป็นทางเลือกที่สามารถจะดำเนินการได้จริง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าเมื่อเทียบกับการทำฟาร์มในแบบระบบอุตสาหกรรม องค์กรของเรายังนำเสนอกรณีศึกษาที่เห็นได้ชัดเจนว่า ระบบฟาร์มที่มีมนุษยธรรมและยั่งยืนจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าวิธีการผลิตที่เน้นในรูปแบบอุตสาหกรรม WSPA จะนำหลักฐานต่าง ๆ เหล่านี้เข้าสู่ขั้นเตรียมการประชุมสำหรับ UN’s Conference on Sustainable Development ซึ่งจะมีขึ้นก่อนจะมีการประชุม Earth Summit 2012 ที่กรุงริโอ เดอ จาไนโร

 “นี่เป็นโอกาสของเราที่จะเข้าไปมีส่วนต่อการถกเถียงและกำหนดนโยบายที่จะช่วยปกป้องสัตว์เป็นล้าน ๆ ตัวทั่วโลก” ดร.แลมเบิร์ทกล่าว “อนาคตที่ยั่งยืนอย่างแท้จริงสำหรับการทำฟาร์มสัตว์จะเกิดประสิทธิภาพสูงสุดหากตั้งอยู่บนพื้นฐานเรื่องสวัสดิภาพสัตว์ที่ดี ปกป้องความเป็นอยู่ และการให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องที่จำเป็นยิ่งสำหรับการประชุม Earth Summit 2012 ที่จะตระหนักว่าสวัสดิภาพของสัตว์ในฟาร์มเป็นประเด็นหลักอยู่ในวาระการประชุมที่ริโอฯ และยกให้เป็นหัวใจของนโยบายต่าง ๆ ในอนาคตเกี่ยวกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน”

“ไม่ใช่ทุกคนที่จะตระหนักถึงความเกี่ยวพันกันระหว่างไข่ที่ได้จากการเลี้ยงสัตว์ปีกแบบปล่อยอิสระกับโครงการพัฒนาในท้องถิ่นชนบทของเอเชียแต่พวกเราแต่ละคนสามารถก่อผลกระทบต่อปัญหาที่โลกของเรากำลังเผชิญอยู่ในทุกวันนี้” ดร.แลมเบิร์ทกล่าวเพิ่มเติม “Pawprint ของคุณจะเป็นทั้งภาพเตือนความจำได้อย่างดีถึงผลกระทบที่เกิดจากคุณ และเป็นกลไกอย่างง่ายสำหรับคุณในการหาวิธีการที่ใช้ได้ผลสำหรับทุกคนรวมทั้งสัตว์ด้วย”

หมวดหมู่: 

บอกต่อเพื่อนๆ

ประเด็นสวัสดิภาพในฟาร์มสัตว์ได้รับการยืนยันว่าเป็นสิ่งที่สำคัญต่อมนุษย์และโลกใบนี้ ในระหว่างกิจกรรมต้อนรับผู้แทนสหประชาชาติ

16 ธันวาคม 2011
เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม คณะผู้แทนจากทั่วโลกเข้าหารือกันเกี่ยวกับนโยบายเพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมี WSPA และองค์กรเพื่อการเกษตรและการพัฒนาจำนวนหนึ่ง เข้าร่วมแถลงแนวคิดที่สำคัญนี้ด้วย

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม คณะผู้แทนจากทั่วโลกเข้าหารือกันเกี่ยวกับนโยบายเพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมี WSPA และองค์กรเพื่อการเกษตรและการพัฒนาจำนวนหนึ่ง เข้าร่วมแถลงแนวคิดที่สำคัญนี้ด้วย 

ต่อหน้าผู้แทนจากองค์การสหประชาชาติกว่า 60 ท่าน ผู้บรรยายได้นำเสนอหลักฐานที่แสดงว่าการทำฟาร์มสัตว์ที่คำนึงถึงสวัสดิภาพนั้น เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ และยังเป็นทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อทดแทนการผลิตอย่างเร่งรัดในภาคอุตสาหกรรม พวกเขายังอธิบายความเชื่อมโยงระหว่างสวัสดิภาพสัตว์ วิถีชีวิตที่ดีขึ้น และ Green Economy โดยเน้นย้ำว่า ประเด็นเหล่านี้จะต้องถูกบรรจุในวาระการประชุมของสหประชาชาติว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน ในปีหน้า หรือที่เรียกว่า UNCSD หรือ Rio +20

ดร. Michael C. Appleby หัวหน้าที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ การเกษตรอย่างมีมนุษยธรรมและยั่งยืนของ WSPA กล่าวว่า “จำนวนของสัตว์ในฟาร์มทั่วโลก มีอยู่มากกว่า 63 พันล้านตัว นับเป็นจำนวนที่มหาศาลมาก" "ชีวิตสัตว์นับเป็นศูนย์กลางของโลก นั่นคือพวกเขามีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ และสิ่งสำคัญที่เราต้องตระหนักคือ พวกเขาไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือทางเศรษฐกิจ ถ้าเราตระหนักในจุดนี้แล้ว เราก็จะสร้างระบบที่มุ่งไปที่ระบบชีววิทยามากกว่าเทคโนโลยี --. โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่จะเกิดต่อสัตว์มนุษย์และสิ่งแวดล้อม"

Linda Elswick ผู้อำนวยการของ พันธมิตรระหว่างประเทศเพื่อการเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน (International Partners for Sustainable Agricultrue: IPSA) กล่าวไว้ว่า “สัตว์ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของปัญหา แต่พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา"  "ความท้าทายที่เกี่ยวข้องกับผลผลิตจากปศุสัตว์สามารถแก้ไขได้โดยการเคารพความต้องการตามธรรมชาติของสัตว์" 

WSPA ผลักดันประเด็นสวัสดิภาพสัตว์ในฟาร์ม สู่วาระการประชุมที่ Rio +20

ในช่วงการเตรียมงานสู่การประชุม Rio +20 ในเดือนมิถุนายน 2012 WSPA มีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันให้สวัสดิภาพสัตว์มาอยู่ในใจกลางของการวางนโยบายเพื่อเกษตรที่ยั่งยืนและการพัฒนาระหว่างประเทศ เราได้เริ่มต้นรณรงค์เพื่อสร้างความตระหนักแก่สาธารณะเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างสวัสดิภาพสัตว์ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และความยั่งยืน และยังได้เรียกร้องให้ร่วมลงนามในจดหมายถึงรัฐบาลและสหประชาชาติ ขอให้พวกเขานำประเด็นสวัสดิภาพสัตว์เข้าสู่วาระการประชุมที่ Rio +20

“นี่คือโอกาสของเราที่จะสร้างผลกระทบต่อการอภิปราย และการวางนโยบาย ซึ่งจะช่วยให้สามารถปกป้องสัตว์นับล้านตัวทั่วโลกได้" ดร. Lambert กล่าวว่า "อนาคตที่ยั่งยืนอย่างแท้จริงของการทำฟาร์ม จะมีประสิทธิภาพที่สุด หากดำเนินไปบนพื้นฐานของสวัสดิภาพที่ดีของสัตว์ ปกป้องวิถีชีวิต และเคารพต่อสิ่งแวดล้อม มันเป็นสิ่งจำเป็นที่ Earth Summit 2012 จะต้องตระหนักว่า สวัสดิภาพสัตว์ในฟาร์มควรเป็นเรื่องหลักของวาระการประชุมที่ริโอ และถือเป็นหัวใจของนโยบายทั้งหมดในอนาคตต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน"

มาร่วมมือกัน เพื่อชีวิตสัตว์ เพื่อการเกษตรและการพัฒนาที่ยั่งยืน

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม การต้อนรับผู้แทนสหประชาชาติ โดยรัฐบาลของ United Republic of Tanzania และ IPSA ที่ถูกจัดขึ้นในระหว่างการประชุมเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน ครั้งที่สอง ซึ่งรัฐบาลต่างๆ ร่วมกันหารือเกี่ยวกับบทสรุปของการประชุม Rio +20 ในปีถัดไป

ผู้นำเสนอท่านอื่นๆ ที่เป็นตัวแทนของระบบเกษตรที่ยั่งยืนและมีมนุษยธรรม ได้แก่ H.E.Ombeni Y. Sefue ทูตแห่งสหสาธารณรัฐแทนซาเนีย, Will Harris เกษตรกรและเจ้าของฟาร์ม White Oak Pastures สหรัฐอเมริกา, Vera Florida Mugittu จากหน่วยงาน Muvek Development Solutions ในแทนซาเนีย, Tara Garnett เครือข่ายวิจัยอาหารและสภาพภูมิอากาศ ในอังกฤษ, Miyun Park จาก Global Animal Partnership ในสหรัฐอเมริกา และ Dirk - Jan Verdonk ผู้จัดการโครงการ WSPA แห่งเนเธอร์แลนด์

Elswick กล่าวว่า “ยี่สิบปีที่แล้ว ในการประชุม Earth Summit มีเพียงหนึ่งเสียงเท่านั้นที่กล่าวถึงบทบาทของสัตว์ ที่สามารถนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน และเรียกร้องการมีมนุษยธรรมต่อสัตว์ในฟาร์ม” "วันนี้ ต้องขอบคุณความคิดริเริ่มที่จะนำประเด็นการเกษตรที่ยั่งยืนและมีมนุษยธรรม เข้าสู่วาระการประชุมที่ริโอ – และขอบคุณ WSPA เป็นอย่างยิ่ง – รวมถึงอีกหลายๆ เสียงที่เกี่ยวข้อง ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่กระบวนการและทำงานร่วมกันเพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จ "

หมวดหมู่: 

บอกต่อเพื่อนๆ

WSPA เร่งช่วยเหลือสัตว์จากภัยน้ำท่วม

14 พฤศจิกายน 2011
ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา WSPA และ ปอ ทฤษฎี ได้ร่วมบริจาคอาหารช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงที่ประสบอุทกภัยผ่านรายการครอบครัวข่าว 3 โดยมอบอาหารสุนัขและแมว 5 ตัน มูลค่า 250,000 บาท

ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา WSPA และ ปอ ทฤษฎี  ได้ร่วมบริจาคอาหารช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงที่ประสบอุทกภัยผ่านรายการครอบครัวข่าว 3 โดยมอบอาหารสุนัขและแมว 5 ตัน มูลค่า 250,000 บาท

นอกจากนี้ยังส่งทีมสัตวแพทย์เข้าไปช่วยเหลือสุนัขและแมวในวัดสวนแก้วออกจากพื้นที่น้ำท่วมเพื่ออพยพไปอยู่จังหวัดนนทบุรีและกาญจนบุรีพร้อมมอบอาหารสัตว์อีกกว่า 9 ตัน แต่เนื่องจากจำนวนสุนัขมีมากกว่าอาสาสมัครและอุปกรณ์ร่วมถึงพื้นที่ศูนย์อพยพของสัตว์ทำให้ไม่สามารถออกไปได้ทั้งหมด โดยยังมีสุนัขกว่า 500 ชีวิตและแมวกว่า 300 ตัวอาศัยอยู่ในวัดสวนแก้ว 

WSPA เข้าช่วยเหลือถึงพื้นที่

WSPA ร่วมบริจาคอาหาร สุนัขและแมว จำนวน 5 ตัน มูลค่า 250,000 บาท เพื่อช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงที่ประสบอุทกภัยผ่านรายการครอบครัวข่าว 3 © WSPA

ปอ ทฤษฎี ร่วมกับทีมสัตวแพทย์ WSPA ต้องลุยน้ำเป็นเวลากว่า 3 ชั่วโมงเข้าวัดสวนแก้วเพื่อนำอาหาร 500 กิโลกรัมไปให้สุนัขและแมวที่ติดอยู่ในวัดสวนแก้ว โดยระยะทางที่ผ่านไปยังวัดสวนแก้ว ทางรถทีมงานยังได้รับส่งผู้ประสบภัยขึ้นรถตลอดเส้นทาง หลายคนขึ้นรถแล้วแปลกใจที่ได้พบคุณปอ ทฤษฎี ในรถกับการทำทำหน้าที่อาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือสัตว์

"วันนี้เราตื่นกันเเต่ฟ้าสาง เดินทางกว่า 3 ชั่วโมงโดยได้อาศัยรถบรรทุกของอาสาสมัครชาวสมุทรปราการ ซึ่งผมดีใจมากเพราะนอกจากการเป็นทูตของ WSPA แล้ว ผมยังขอเป็นอาสาสมัครร่วมกับทีมงานของ WSPA นำอาหารสัตว์ไปให้ที่วัดสวนเเก้ว ผมและทีมงาน WSPA ได้เห็นความทุ่มเทเเละเสียสละของเจ้าหน้าที่วัดสวนเเก้วที่ได้ดูแลเเละช่วยเหลือสัตว์อย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ นอกจากน้ำสูงแล้วมูลสัตว์ยังส่งกลิ่นเหม็นมาก และสุนัขกับเเมวที่นี่ก็ยังอยู่กันอย่างยากลำบากมากครับ น้ำท่วมสูงเข้าวัดนี่ถึงอก บางที่ก็มิดหัว เราอาศัยรถ 6 ล้อเข้าหน้าวัดเเล้วต่อเรือโฟมกว่าชั่วโมงเพื่อนำอาหารสัตว์ไปให้ถึงที่ เมื่อเห็นสภาพความเป็นอยู่ของสุนัขและแมวที่เหมือนติดเกาะทำให้รู้สึกสงสารมากครับ สำหรับอาหารสัตว์ที่ WSPA ได้นำมามอบให้ในครั้งที่สองนี้จะสามารถช่วยประทังชีวิตและส่งเสริมให้สวัสดิภาพของสุนัขและแมวดีขึ้นได้ในระยะหนึ่ง”  ปอ ทฤษฎี กล่าว

การช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง

ทีมสัตวแพทย์ WSPA นำอาหารสัตว์มอบให้วัดสวนแก้ว © WSPA

นอกจากนี้ที่ผ่านมาทีมงานได้เริ่มเข้าช่วยเหลือสัตว์ที่ได้รับผลกระทบและประสบอุทกภัยตั้งแต่เดือนสิงหาคม โดยทีมงานของ WSPA เดินทางไปจังหวัดพิจิตร มอบอาหารเพื่อช่วยชีวิตปศุสัตว์กว่า 2,000 ตัว และมอบอาหารสำหรับสัตว์ 29 ตัน ไปยังพื้นที่สามจังหวัดภาคกลางที่น้ำท่วมหนัก ซึ่งสามารถช่วยเหลือสัตว์ได้ 6,000 ตัวนาน 6 สัปดาห์ 

นอกจากนี้ WSPA ยังได้ทำงานร่วมกับลุ่มอาสาสมัครในการมอบอาหารสัตว์สุนัขและแมวประมาณ 27 ตันผ่านทางสภากาชาดไทย, กรมปศุสัตว์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะสัตว์แพทย์ศาสตร์, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และวัดสวนแก้ว เป็นการช่วยเหลือเบื้องต้น รวมไปถึงการแจกกรงสัตว์ 75 กรงให้แก่กลุ่มกู้ภัยท้องถิ่นใช้เป็นที่พักอาศัยชั่วคราวแก่สัตว์ที่ช่วยเหลือออกมาได้และเนื่องด้วยขณะนี้กรงสัตว์ขาดตลาดทำให้ทาง WSPA ได้ติดต่อไปยังเครือข่ายในต่างประเทศเพื่อจัดหากรงเพิ่มเติมส่งมายังประเทศไทย 

พร้อมกันนี้ทาง WSPA ได้ร่วมบริจาคอาหารสัตว์เลี้ยงเพิ่มเติม ทั้งหมด 5 ตันให้แก่สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ผ่านครอบครัวข่าว 3 เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่สำคัญในการกระจายความช่วยเหลือสู่สัตว์เลี้ยงที่ยังรออาหารอีกจำนวนมาก 

การประสานความช่วยเหลือ

WSPA มอบอาหารสำหรับปศุสัตว์จำนวน 29 ตัน © WSPA

ในขั้นตอนต่อไป WSPA ได้ร่วมประสานความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิดกับแผนกบริการสัตวศาสตร์และกระจายอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยง หน่วยงานภายใต้กรมปศุสัตว์แห่งประเทศไทย เพื่อให้ความช่วยเหลือและเข้าให้บริการต่างๆ รวมถึงรายงานข้อมูลจริงจากพื้นที่ประสบภัย พร้อมประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับสภากาชาดไทย เครือข่ายสัตวแพทย์แห่งประเทศไทย และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือสัตว์ที่ได้รับผลกระทบอย่างดีที่สุด

หมวดหมู่: 

บอกต่อเพื่อนๆ

ปลอกคอหยุดทารุณต้านภัยโรคพิษสุนัขบ้า

28 พฤศจิกายน 2011
ในแต่ละปี สุนัขกว่า 20 ล้านตัวต้องถูกฆ่าอย่างทารุณ หรือเท่ากับ ในแต่ละนาทีมีสุนัขถึง 38 ตัว ที่จะต้องตายอย่าทารุณทั้งจากการ ถูกทุบตี ถูกรัดคอ โดนยาเบื่อ โดนก๊าซพิษ หรือโดนช๊อตไฟฟ้า

ในแต่ละปี สุนัขกว่า 20 ล้านตัวต้องถูกฆ่าอย่างทารุณ หรือเท่ากับ ในแต่ละนาทีมีสุนัขถึง 38 ตัว ที่จะต้องตายอย่าทารุณทั้งจากการ ถูกทุบตี ถูกรัดคอ โดนยาเบื่อ โดนก๊าซพิษ หรือโดนช๊อตไฟฟ้า วีดีโอด้านล่างนี้ได้เเสดงภาพอันน่าหดหู่ของผลจากความเชื่อที่ผิดว่าการฆ่าสุนัขจะหยุดโรคพิษสุนัขบ้าได้ - เเต่หนทางเเก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือการฉีดวัคซีนป้องกัน 

โรคพิษสุนัขบ้า : ปัญหาระดับโลกและการเเก้ปัญหาระดับโรค

WSPA เรียกร้องให้รัฐบาลนานาชาติหยุดการฆ่าสุนัขและเข้าโครงการฉีดวัคซีน หวังให้สุนัขที่ได้รับการฉีดวัคซีนได้สวมปลอกคอสีเเดงเป็นสัญลักษณ์ เพื่อให้ชุมชนได้รู้ว่าสุนัขได้รับการปกป้องจากโรคพิษสุนัขบ้า 

“ฉันคิดว่าเป็นเรื่องน่าเศร้าที่สุดที่ทุกปี สุนัขว่า 20 ล้านตัวถูกฆ่าตายเพราะความกลัวโรคพิษสุนัขบ้าทั้งๆที่ความจริงแล้วเรามีทางเลือกอื่นที่จะป้องกันโรคนี้” ศิลปินสาว Leona Lewis ซึ่งสนับสนุนโครงการนี้กล่าว “ฉันต้องการช่วย WSPA กระจายข่าวเกี่ยวกับโครงการนี้ไปทั่วโลกและยุติความโหดร้ายที่กำลังเกิดขึ้นนี้ เราสามารถช่วยทั้งคนและสัตว์ได้ด้วยการให้ความรู้และจัดให้มีการฉีดวัคซีนให้สุนัข ซึ่งนั่นไม่ใช่เพียงแค่การช่วยสุนัขเเต่ยังเป็นการช่วยชุมชนอีกด้วย” 

“โรคพิษสุนัขบ้าเป็นภัยร้ายแรงต่อประชากรมนุษย์และสัตว์” Ray Mitchell ผู้อำนวยการ โครงการระหว่างประเทศของ WSPA กล่าว “เมื่อประสบปัญหาโรคนี้แพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว บางครั้งรัฐบาลแก้ปัญหาด้วยวิธีที่พวกเขาคิดว่าเป็นวิธีแก้วิธีเดียว นั่นคือกำจัดสุนัขให้หมดไป แต่ด้วยโครงการควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าที่ประสบความสำเร็จมาแล้วในประเทศในทวีปเอเชียและละตินอเมริกา WSPA แสดงให้เห็นครั้งแล้วครั้งเล่าว่าโลกที่ปราศจากโรคพิษสุนัขบ้าไม่ใช่โลกที่ปราศจากสุนัข”

บังคลาเทศเลือกปลอกคอ

หลังจากที่ WSPA ได้เปิดโครงการ Red Collar ในประเทศบังคลาเทศ เราได้รักษาชีวิตของสุนัขได้หลายพันตัวเพียงเเค่ในปีเเรก 

ศ. Be-Nazir Ahmed ผู้อำนวยการกองควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขและคุณภาพชีวิต กล่าวว่า "เราหวังที่จะได้ร่วมงานกับ WSPA เพื่อที่จะทำให้การควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าทำได้โดยไม่ต้องทำร้ายสุนัข"

WSPA ได้ทำงานร่วมกับ รัฐบาลบังคลาเทศ ในการประยุกต์ใช้โครงการให้เกิดการกระจายอย่างทั่วถึงทั้งประเทศ โดยสอดคล้องกับมาตรฐานระดับโลก ซึ่งเหมือนกับโครงการที่ประสบความสำเร็จในบาหลี

โครงการประสบความสำเร็จในบาหลี

ลูกสุนัขตัวนี้ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ปลอกคอสีเเดงเเสดงให้เห็นว่าชุมชนนี้ได้รับการปกป้องจากโรคพิษสุนัขบ้า © WSPA

บาหลี ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวโด่งดังของอินโดนีเซีย เป็นสถานที่ที่แสดงให้เห็นว่าการควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าโดยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคให้สุนัขของ WSPA ประสบความสำเร็จมากเพียงไร เมื่อปีที่ผ่านมา WSPA ได้สนับสนุนโปรแกรมฉีดวัคซีนให้กับสุนัขทั่วเกาะโดยมีสุนัขเข้ารับการฉีดวัคซีนประมาณ 210,000 ตัว (ประมาณ 70% ของจำนวนสุนัขทั้งหมด) ใน 4,126 หมู่บ้าน ของบาหลี ผลจากการประเมินเบื้องต้นในโครงการเเรกคือ อัตราการเกิดโรคพิษสุนัขบ้าในสุนัขลดลงถึง 45 เปอร์เซ็นต์ และจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าในคนลดลง 48 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้านี้ 

Ray Mitchell ผู้อำนวยการ โครงการระหว่างประเทศของ WSPA กล่าวว่า "โครงการของ WSPA ในบาหลีได้พิสูจน์ให้เห็นว่าการจัดการโรคพิษสุนัขบ้านั้นสามารถทำให้มีประสิทธิภาพได้จริง ทำให้มีรัฐบาลของหลายๆประเทศสนใจในโครงการนี้เป็นอย่างมาก เห็นได้จากการริเริ่มโครงการควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า และจากการสนับสนุนของรัฐบาลประเทศต่างๆ องค์กรระหว่างประเทศ ทำให้เรา WSPA เชื่อมั่นว่าโครงการปลอกคอหยุดทารุณ ต้านภัยโรคพิษสุนัขบ้า จะประสบความสำเร็จในที่สุด"

“ฉันคิดว่าสิ่งที่องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกริเริ่มที่บาหลีนั้นวิเศษมาก และยังแสดงให้เห็นว่าการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันคน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสุนัขนั้น ได้ผลมากเพียงใด” เลโอนากล่าว “ฉันหวังว่ารัฐบาลของประเทศต่างๆจะหันมาใช้วิธีนี้ และฉันก็หวังว่าทุกคนจะร่วมกับฉันเพื่อสนับสนุนโครงการนี้เพราะนี่เป็นสิ่งที่ฉันรู้สึกว่าเป็นเรื่องสำคัญจริงๆ”

 

รับชมวีดีโอ

หมวดหมู่: 

บอกต่อเพื่อนๆ

WSPA เผยความสำเร็จของการดำเนินโครงการช่วยเหลือคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์และปกป้องสัตว์ตลอดปี 2553

10 มกราคม 2011
WSPA ได้ดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องในการเข้าไปช่วยเหลือสัตว์ในเหตุการณ์ภัยพิบัติ หนึ่งในงานหลักของ WSPA ซึ่งในปีที่ผ่านมา WSPA ได้ช่วยเหลือสัตว์กว่า 100,000 ตัว ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะภัยพิบัติทางธรรมชาติ

WSPA ได้ดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องในการเข้าไปช่วยเหลือสัตว์ในเหตุการณ์ภัยพิบัติ หนึ่งในงานหลักของ WSPA ซึ่งในปีที่ผ่านมา WSPA ได้ช่วยเหลือสัตว์กว่า 100,000 ตัว ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะภัยพิบัติทางธรรมชาติ อาทิ แผ่นดินไหวในเฮติ อุทกภัยในไทย เนปาล ปากีสถาน เวียดนาม อินเดีย และพม่า พายุหิมะในมองโกเลีย ภูเขาไฟระเบิดที่อินโดนีเซีย และพายุไซโคลนที่ฟิจิ

นอกจากนี้ WSPA ยังได้ขยายโครงการหน่วยสัตว์แพทย์ฉุกเฉินในภาวะภัยพิบัติเป็นรุ่นที่ 2 จัดส่งเจ้าหน้าที่อาสาสมัครไปอบรมการฉีดวัคซีนให้กับชาวบ้านร่วมกับกรมปศุสัตว์ คลอบคลุม 3 ประเทศ คือไทย พม่าและอินเดีย อีกทั้งยังมีการจัดซ้อมหนีภัยพิบัติทางธรรมชาติในประเทศพม่าอย่างต่อเนื่อง 

สำหรับภารกิจในด้านการคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์เลี้ยงนั้นมีหลายโครงการที่ WSPA ดำเนินการอยู่  เช่น โครงการควบคุมประชากรสุนัขในประเทศเนปาล ศรีลังกา และอินเดีย โดยได้ทำหมันให้สุนัขกว่า 9,000 ตัว และฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้สุนัขกว่า 20,000 ตัว พร้อมให้ความรู้ชาวบ้านกว่า 34,000 คน เกี่ยวกับวิธีเลี้ยงสุนัขอย่างมีความรับผิดชอบและวิธีการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และผลจากพยายามครั้งนี้ทำให้เกิดเรื่องที่น่ายินดีคือ รัฐบาลเนปาลยืนยันที่จะจัดการกับปัญหาสุนัขจรจัดอย่างมีมนุษยธรรมโดยจะไม่ใช้ยาเบื่อสุนัข

ในบาหลี WSPA ได้ระงับการสังหารหมู่สุนัขในเกาะบาหลีไว้ได้ด้วยการทำงานร่วมกับ BAWA หนึ่งในกลุ่มสมาชิกของ WSPA โดยรัฐบาลบาหลีได้ยินยอมทำสัญญาข้อตกลงให้วัคซีนคุ้มกันโรคแก่สุนัขแทนการฆ่าเกือบ 400,000 ตัว  ให้สำเร็จภายในปี 2012 ซึ่งในปัจจุบันสุนัขบนเกาะบาหลีกว่า 65,000 ตัว ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าแล้ว

นอกจากนี้ WSPA ได้ต่อยอดจากความสำเร็จของโครงการช่วยเหลือและฟื้นฟูสุขภาพม้าในจังหวัดลำปาง ทำให้ WSPA และมูลนิธิม้าลำปางได้ขยายความช่วยเหลือในการถ่ายทอดองค์ความรู้ในการดูแลฟื้นฟูสุขภาพม้าไปสู่มูลนิธิม้ากัมพูชาในประเทศกัมพูชา ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ดังเห็นได้จากการที่มีสัตว์แพทย์จาก 24 จังหวัดของกัมพูชาได้เข้าร่วมในการอบรมเกี่ยวกับการดูแลรักษาม้า 

ปอ ทฤษฎี ทูต WSPA สอนหนังสือนักเรียนในประเด็นสวัสดิภาพสัตว์ที่ ร.ร. วัดประดู่ในทรงธรรม © WSPA

ในด้านการศึกษาด้านมนุษยธรรมในประเทศไทย WSPA ได้มีการจัดอบรมครูเชิงปฎิบัติการให้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของการดูแลสวัสดิภาพสัตว์และการปกป้องสัตว์ให้พ้นจากการถูกทารุณกรรม ทั้งหมด 14 ครั้งโดยมีผู้เข้าร่วมอบรมเป็นคณาจารย์และผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาทั้งระดับชั้นประถม มัธยม และอุดมศึกษารวมกว่า    300 ท่านจากสถาบันการศึกษากว่า 150 สถาบัน นอกจากนี้ WSPA ยังขยายการอบรมไปในประเทศอินเดีย และเวียดนาม อีกด้วย 

ด้านการดูแลสวัสดิภาพสัตว์ป่า WSPA มีส่วนสำคัญอย่างมากในการรณรงค์ยุติหรือลดจำนวนเกมการต่อสู้ระหว่างหมีกับสุนัขล่าเนื้อ ซึ่งในปีที่ผ่านมาจำนวนเกมการต่อสู้นี้ลดลงถึง 50% เมื่อเทียบกับปี 2009 นอกจากนี้หลังจากวิกฤตการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ที่ปากีสถาน WSPA ได้เปิดศูนย์พักฟื้นหมีแห่งใหม่ขึ้นที่เมือง Balkasar เพื่อรองรับหมีที่ได้รับการช่วยเหลือให้รอดพ้นจากเกมอันโหดร้าย และอพยพหนีมาจากภัยน้ำท่วม 

บรรยาการวันจัดเเถลงข่าว ซึ่งมีสื่อมวลชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก © WSPA

อีกหนึ่งภารกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างเด่นชัดในการดำเนินงานของ WSPA คือ ความพยายามในการผลักดัน ร่างปฏิญญาสากลว่าด้วยสวัสดิภาพสัตว์ (Universal Declaration on Animal Welfare - UDAW) สู่องค์การสหประชาชาติ (UN) เรื่องสวัสดิภาพสัตว์ ซึ่งปัจจุบันมีรัฐบาลในกลุ่มประเทศอาเซียนร่วมสนับสนุนแล้วคือ อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม รวมทั้งสมาคมสัตว์แพทย์แห่งประเทศอินโดนีเซีย  สมาคมสัตว์แพทย์แห่งประเทศไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมของไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรของอินโดนีเซียได้ให้การสนับสนุนปฎิญญานี้ เพื่อโน้มน้าวให้รัฐบาลประเทศต่างๆ สนับสนุนการออกกฎหมายคุ้มครองหรือปกป้องสวัสดิภาพสัตว์ขั้นพื้นฐานอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป 

“Through the eyes of us –นิทรรศการ “หลากหลายในดวงตาเรา” โดย WSPA © WSPA

นอกจากนี้ คุณปอ ทฤษฎี สหวงษ์ ทูตของ WSPA South and Southeast Asia ได้ร่วมรณรงค์สวัสดิภาพสัตว์ในหลากหลายกิจกรรม อาทิ มีบทบาทสำคัญในกิจกรรมให้ความรู้ด้านสวัสดิภาพสัตว์กับเด็กๆ เช่น การเป็นครูช่วยสอนเรื่องความจำเป็นของสวัสดิภาพสัตว์ให้กับนักเรียนในโรงเรียนต่างๆ พร้อมร่วมกิจกรรมต่างๆ ของ WSPA รวมไปถึงการก้าวสู่บทบาทผู้กำกับและนำแสดงภาพยนต์สั้นเป็นครั้งแรก เรื่อง “Through the Eyes of Us – หลากหลายในดวงตาเรา”

เพื่อนำเสนอแง่มุมด้านการคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์ ซึ่งได้นำออกฉายเป็นครั้งแรกในกิจกรรมรณรงค์เชิญชวนคนไทยมีส่วนร่วมเป็นผู้คุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์ พร้อมกิจกรรมระดมทุนเพื่อช่วยเหลือสัตว์ภายใต้งาน “Through the eyes of us –นิทรรศการหลากหลายในดวงตาเรา”ซึ่งจัดขึ้นที่ห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มโพเรี่ยม

สำหรับการดำเนินงานในปีนี้ WSPA มีความมุ่งมั่นและตั้งใจสานต่อเจตนารมณ์ “มุ่งปกป้องสัตว์ทั่วโลกให้พ้นจากการถูกทารุณกรรม A world where animal welfare matters, and animal cruelty ends” โดยทีมงานทุกคนมีพันธกิจที่จะตั้งใจทำงานอย่างหนักเพื่อรณรงค์สวัสดิภาพของสัตว์ให้ดีขึ้นต่อ

 

รับชมวีดีโอ

หมวดหมู่: 

บอกต่อเพื่อนๆ

Subscribe to RSS - ข่าวสารปี 2554