ในทุกๆปีซากอวนอายุกว่า 600 ปีได้สังหารวาฬ โลมา แมวน้ำ และเต่ามากกว่า 10,000 ตัว

08 มิถุนายน 2017
  • ซากอวนขนาดใหญ่กว่าสนามฟุตบอลที่ถูกทิ้งในมหาสมุทรนั้นเป็นภัยคุกคามอย่างร้ายแรงต่อสิ่งมีชีวิตในทะเล
  • ในการประชุม UN Ocean Conference (วันที่ 5-9 มิถุนายน) และ Seaweb Seafood Summit (วันที่ 5-7 มิถุนายน)  รัฐบาลและภาคอุตสาหกรรมได้รับการเรียกร้องให้ตระหนักถึงซากอวนปริมาณกว่า 640,000 ตันที่ถูกทิ้งในมหาสมุทรในแต่ละปี
  • การแก้ไขปัญหาในเชิงปฏิบัตินั้นยังพอมีทางเป็นไปได้ แต่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงในขนาดที่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้อย่างแท้จริงตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

ในแต่ละปีมีวาฬ โลมา แมวน้ำ และเต่ากว่า 10,000 ตัวต้องมาติดในซากอวนต่างๆ เช่น แหจับปลา เบ็ดตกปลา และที่ดักปลาประเภทอื่นๆ ที่ถูกทิ้งไว้ในทะเลและต้องใช้เวลาถึง 600 ปีในการย่อยสลาย โดยอุปกรณ์ส่วนใหญ่เหล่านี้ทำจากพลาสติกที่ต้องใช้เวลากว่าศตวรรษในการทำลาย สัตว์ที่ติดในอุปกรณ์เหล่านี้จะต้องทนทุกข์ทรมานเป็นเวลานานและเจ็บปวดเจียนตายซึ่งโดยปกติแล้วพวกมันจะต้องทนหิวโหยหรือเจ็บปวดเป็นเวลานานหลายเดือน

ในแต่ละปีมีอุปกรณ์จับปลาถูกทิ้งไว้ในทะเลประมาณ 640,000 ตัน ซึ่งเทียบเท่าได้กับรถเมล์ 2 ชั้นในลอนดอนถึง 52,000 คัน จากรายงานแสดงให้เห็นว่ามีสิ่งมีชีวิตทางทะเลกว่า 817 สายพันธุ์ได้รับผลกระทบจากขยะในทะเลเหล่านี้ อวนจับปลาที่ถูกทิ้งในมหาสมุทรบางชิ้นมีขนาดใหญ่มหึมาจนอาจใหญ่กว่าสนามฟุตบอลอีกด้วย ซึ่งพวกมันจะปกคลุมและสังหารฆ่าสิ่งมีชีวิตในทะเลที่เข้ามาติดอยู่

ซากอวนเหล่านี้จะถูกย่อยลงเหลือเป็นพลาสติกชิ้นเล็กและสามารถเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ผ่านอาหารทะเลที่เราบริโภค ซึ่งมากกว่า 1 ใน 4 ของปลาที่วางขายในประเทศอินโดนีเซียและแคลิฟอร์เนียนั้นพบว่ามีพลาสติกจากซากชิ้นส่วนต่างๆซึ่งรวมถึงซากอวนเหล่านี้ผสมอยู่

ซากอวนเหล่านี้มีปริมาณเพิ่มขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมาและมีแนวโน้มที่จะขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากอุตสาหกรรมการประมง ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมทางทะเลในวงกว้าง และรัฐบาลต้องเสียเงินนับล้านดอลล่าร์เพื่อที่จะจัดการกับขยะเหล่านี้

ในโอกาสที่ผู้นำด้านอุตสาหกรรมและผู้นำทางการเมืองมารวมตัวกันในการประชุมสุดยอด 2 รายการ ในช่วงต้นเดือนมิถุนายนนี้ องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกจึงขอเรียกร้องให้คณะรัฐบาลและผู้นำด้านอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องได้ตระหนักถึงความต้องการเร่งด่วนในการกำจัดซากอวนที่คร่าชีวิตสิ่งมีชีวิตทางทะเล และเข้าร่วมโครงการ Global Ghost Gear Initiative กับเรา

ทางออกในการทำสงครามกับขยะในท้องทะเล

Ingrid Giskes หัวหน้าโครงการรณรงค์ Sea Change องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกกล่าวว่า "เราได้พบวิธีการแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศแล้ว แต่ในระดับโลกนั้นเรายังคงต้องค้นหาทางออกในการแก้ปัญหาซากอวนเหล่านี้ เพื่อที่จะสามารถตรวจสอบและแก้ไขได้ ซึ่งคณะรัฐบาลและอุตสาหกรรมต่างๆนั้นล้วนเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาเหล่านี้”    

"โครงการ Global Ghost Gear Initiative (GGGI) ของเรามีผู้ประกอบอุตสาหกรรมเข้าร่วมแล้วกว่า 80 ราย ซึ่งผู้ประกอบอุตสาหกรรมกลุ่มนี้นำนวัตกรรมมาช่วยแก้ไขปัญหาเพื่อช่วยขจัดอุปกรณ์เหล่านี้ให้หมดไปจากท้องทะเล และนำอวนจับปลาไปแปรสภาพเป็นเสก็ตบอร์ดและชุดว่ายน้ำ สิ่งที่เราอยากเห็นต่อไปคือ GGGI นั้นสามารถก้าวไปอีกขั้นนำโดยคณะรัฐบาลและภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเป็นเครือข่ายระดับนานาชาติที่ยั่งยืนและมีสมาชิกที่ตกลงร่วมกันที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงในระดับโลกจริงๆ และหาวิธีแก้ปัญหาเชิงปฏิบัติในสเกลใหญ่ได้”

Ingrid Giskes กล่าวว่า GGGI ได้นำเสนอคณะรัฐบาลถึงวิธีการที่จะไปถึงเป้าหมาย 14 ข้อให้แก่ UN Sustainable Development Goal เพื่อลดปริมาณขยะในทะเล : "เราหวังว่าจะมีผู้แทนจากคณะรัฐบาลและภาคอุตสาหกรรมจำนวนมากเท่าที่จะเป็นไปได้ เข้าร่วมกับเราเพื่อร่วมลดจำนวนซากอวน และทำให้ท้องทะเลปลอดภัยมากขึ้นและสะอาดยิ่งขึ้น ซึ่งโครงการนี้จะนำไปสู่การสร้างพันธมิตรเพื่อลดความเสียหายของอุปกรณ์การจับปลาหรือการทิ้งอุปกรณ์การตกปลาในทะเล รวมทั้งสนับสนุนวิธีใหม่ๆที่จะป้องกันความเสียหายแก่อุปกรณ์การจับปลา และแนะนำวิธีที่ดีที่สุดในการนำซากอวนเหล่านี้ออกจากท้องทะเล  ซึ่งจะช่วยปกป้องสิ่งมีชีวิตในท้องทะเลจากอันตรายและยังปกป้องสุขภาพและการดำรงชีวิตของมนุษย์ได้อีกด้วย

"พันธมิตรของเรามีทั้งผู้แทนจากภาคอุตสากรรมการประมง ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา คณะรัฐบาล หน่วยงานความร่วมมือระหว่างรัฐบาล และองค์กรเอกชน ผู้เข้าร่วมแต่ละรายนั้นมีบทบาทที่สำคัญในการกำจัดซากอวนในระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค และระดับโลก ซึ่งรวมทั้งต้องการความเชี่ยวชาญและความตั้งใจในการทำงานเหล่านี้

"สิ่งที่เราอยากเห็นต่อไปคือบริษัทฟาสต์ฟู๊ดและอุตสาหกรรมการประมงมาเข้าร่วมกับเรา พร้อมกับคณะรัฐบาล แม้ว่าร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดดูเหมือนจะไม่ใช่เป้าหมายหลักของโครงการนี้ แต่หากพิจารณาถึงเมนูยอดนิยมที่ทำจากปลาแล้ว บริษัทเหล่านี้มีความเกี่ยวข้องกับการประมงและมีความสามารถในการช่วยลดขยะในท้องทะเลได้"

ภัยคุกคามจากการทำประมงที่ผิดกฎหมาย การละเว้นรายงาน และไม่ทำตามกฎระเบียบ (IUU) 

จากผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าการทำประมงโดยผิดกฎหมายมีความสัมพันธ์กับซากอวนเหล่านี้ มีข้อสันนิษฐานว่าเมื่อชาวประมงทำประมงอย่างผิดกฎหมายจะก่อให้เกิดความกดดันและส่งผลให้ชาวประมงนั้นทิ้งอุปกรณ์ประมงลงในทะเล เพื่อหลบเลี่ยงการจับกุมของเจ้าหน้าที่ หรือเพื่อหลีกเลี่ยงการไม่ให้เข้าท่าเทียบเรือ

พื้นที่ที่มีการทำประมงผิดกฎหมายนั้นสามารถพบซากอวนจำนวนมาก ทำให้องค์กรหลักๆซึ่งรวมทั้ง โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) และองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ได้รับทราบความสัมพันธ์ระหว่างซากอวนและกิจกรรมผิดกฎหมายเหล่านี้

Ingrid Giskes กล่าวว่า "มหาสมุทรของเรานั้นกว้างใหญ่ หนึ่งในความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดที่เราต้องเผชิญคือการได้ข้อมูลที่ถูกต้องว่าซากอวนเหล่านี้ถูกทิ้งอยู่ที่บริเวณใดในโลก ที่ที่มีการลักลอบทำประมงผิดกฏหมาย เพื่อมุ่งมั่นที่จะทำงานให้บรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่สำคัญมากกว่านั้นคือเราต้องป้องกันไม่ให้ซากอวนเหล่านี้ถูกนำไปทิ้งในท้องทะเลเพิ่มขึ้น ดังนั้นเราจึงต้องเรียกร้องให้คณะรัฐบาลแก้ไขปัญหาของการทำประมงผิดกฎหมาย เพื่อช่วยแก้ปัญหาการทิ้งอุปกรณ์การจับปลาลงท้องทะเล  ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจว่าทรัพยากรทางธรรมชาติจะได้รับการอนุรักษ์และรับรองอนาคตแก่อุตสาหกรรมนี้”

 

หมวดหมู่: 

บอกต่อเพื่อนๆ