BBFAW

แมคโดนัลด์ยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร แม้จะสามารถเอาชนะแบรนด์อาหารฟาสต์ฟู้ดอื่นๆในเรื่องการจัดการสวัสดิภาพสัตว์ได้ก็ตาม

แม้ว่าจะมีการพัฒนาแผนการดำเนินงานของบริษัทแล้วบางส่วน  แต่สัตว์ในฟาร์มยังคงต้องทนทุกข์ทรมานจากแบรนด์ร้านอาหารระดับโลกนี้อยู่  เราขอให้ซัพพลายเออร์ต่างๆเรียนรู้เรื่องการจัดการสวัสดิภาพของสัตว์ในฟาร์มจากรายงานของเรา และเลือกทำสิ่งที่ดีสำหรับสัตว์

ในรายงาน The Sixth Business Benchmark on Farm Animal Welfare (BBFAW) ซึ่งจะเผยแพร่ในวันนี้  (22 กุมภาพันธ์ ) พบว่าแมคโดนัลด์ทำผลงานได้โดดเด่นกว่าคู่แข่งอื่นๆจากทั่วโลก แต่บริษัทจำเป็นต้องพัฒนาต่อไปเพื่อที่จะเป็นผู้นำของโลกในด้านการดูแลสวัสดิภาพสัตว์ โดยเฉพาะไก่ที่ถูกเลี้ยงเพื่อกินเนื้อ

BBFAW หรือการจัดอันดับการจัดการสวัสดิภาพสัตว์เลี้ยงในฟาร์มที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้จัดอันดับบริษัทผู้ผลิตอาหาร 110 แห่งจาก 18 ประเทศทั่วโลก แบ่งออกเป็น 6 ระดับ โดยเรียงจากระดับที่ 1 คือดีที่สุดไปยังระดับที่ 6 คือเลวร้ายที่สุด

ซึ่งในปี 2012 ที่ผ่านมา เราได้เผยแพร่การจัดอันดับ BBFAW ร่วมกับองค์กรที่ดูแลสวัสดิภาพสัตว์  Compassion in World farming  และในปี 2014 เราก็ได้รับความร่วมมือจากบริษัทจัดการลงทุน Coller Capital เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเรา

มีบริษัทต่างๆ ได้รับจากจัดอันดับดังนี้ :

ระดับที่ 1 : Co-op Group, Marks and Spencer, Waitrose, Migros

ระดับที่ 2 : McDonald’s, Tesco, Unilever, J Sainsbury

ระดับที่ 3 : Aldi, Domino’s Pizza Company, Nestle’, Panera, Walmart, JD Wetherspoon

ระดับที่ 4 : Carrefour, Lidl, General Mills, Wendy’s, Dubway, Chipotle Mexican Grill

ระดับที่ 5 : Chick-fil-A, Kraft Heinz, Starbucks, Target, Yum! Brands

ระดับที่ 6 : Müller Group, Mars, Autogrill, Seven & I Holdings

เส้นทางที่ถูกต้อง

ในปีนี้แมคโดนัลด์ถูกจัดอันดับให้อยู่ในระดับที่ 2  ซึ่งตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมาของ BBFAW ไม่เคยมีบริษัทฟาสต์ฟู้ดใดถูกจัดให้อยู่ในระดับที่ 1 เลย

แมคโดนัลด์มีนโยบายด้านสุขภาพและสวัสดิภาพสัตว์ระดับสากล และยังได้ให้คำมั่นที่จะไม่ใช้ไข่ที่มาจากการเลี้ยงในกรงในประเทศอังกฤษ ทวีปยุโรป และประเทศนิวซีแลนด์ และยังเลือกใช้เนื้อหมูที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีในประเทศอังกฤษอีกด้วย

ในสหรัฐอเมริกานั้น แมคโดนัลด์มีนโยบายที่จะแยกซองแม่สุกรที่ตั้งครรภ์ และเลิกใช้ไข่ที่ได้จากการเลี้ยงในกรงในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และออสเตรเลีย

ระยะทางอีกยาวไกล

แม้ว่าแมคโดนัลด์จะประสบความสำเร็จตามเกณฑ์มาตรฐานแล้ว แต่บริษัทยังคงต้องสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของไก่นับล้านๆตัวที่ถูกนำมาบริการในร้าน

ซึ่งแมคโดนัลด์ยังไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความคืบหน้าในการยุติการใช้เนื้อไก่ที่ถูกเร่งโต

ไก่เหล่านี้เกิดมาเพื่อทุกข์ทรมาน

พวกมันถูกคัดสายพันธุ์เพื่อที่จะเร่งการเจริญเติบโต ขาพวกมันจะคดงอจากการรับน้ำหนักตัวที่มาก พวกมันต้องทนทุกข์ทรมานจากปัญหาที่ขา หัวใจ และปอด รวมทั้งโรคภัยไข้เจ็บอื่นๆ

และแมคโดนัลด์ยังคงไม่มีนโยบายใดๆเกี่ยวกับขยายพื้นที่การเลี้ยงไก่เพื่อให้พวกมันสามารถเคลื่อนไหวหรือแสดงพฤติกรรมทางธรรมชาติได้

อุตสาหกรรมบริษัทฟาสต์ฟู้ดได้รับการพัฒนา

KFC ถูกจัดอยู่ในระดับที่ 5 และมีหลักฐานเพียงเล็กน้อยที่แสดงให้เห็นว่า KFC ตระหนักถึงสวัสดิภาพของสัตว์ในนโยบายการทำงานของบริษัท ในขณะที่ทั้ง Subway และ Burger King ถูกจัดอยู่ในระดับที่ 4 แสดงให้เห็นว่าบริษัทเหล่านี้ไม่ได้ให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพของสัตว์

บริษัทพิซซ่าจากประเทศอังกฤษอย่าง Domino’s Pizza Company ได้เลื่อนขึ้นมาสามอันดับเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ในปีนี้Domino’s Pizza Company ถูกจัดอยู่ในระดับที่ 3 จากการเพิ่มนโยบายที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิภาพของสัตว์เลี้ยงในฟาร์ม ซึ่งทำให้ Domino’s Pizza Company มีผลงานที่ดีกว่า Pizza Hut และ Starbucks ที่ทั้งคู่ถูกจัดอยู่ในระดับที่ 5

ในขณะที่ Pizza Hut และ Starbucks มีนโยบายด้านสวัสดิภาพสัตว์ระบุในแนวทางการดำเนินธุรกิจ แต่กลับไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตสัตว์ให้เห็นอย่างเด่นชัด

กลุ่มซุปเปอร์มาร์เก็ตดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ

บริษัทจากอังกฤษและสวิตเซอร์แลนด์เป็นผู้ครองอันดับที่ 1 Waitrose, Marks and Spencer, Co-op Group, Cranswick และ Migros ได้กลายเป็นผู้นำด้านการจัดการสวัสดิภาพสัตว์

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าแปลกใจว่าแบรนด์ขนาดใหญ่อย่าง Mars Inc และ Muller ถูกจัดอยู่ในระดับสุดท้าย เนื่องจากไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะแสดงให้เห็นว่าบริษัทให้ความสำคัญกับการจัดการสวัสดิภาพสัตว์

คุณสมศักดิ์ สุนทรนวภัทร ผู้จัดการฝ่ายโครงการ องค์กรณ์พิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทยกล่าวว่า :

“จุดประสงค์ของการทำรายงานฉบับนี้ คือเราต้องการส่งเสริมให้บริษัทต่างๆ ออกมาเผยแพร่มาตรฐานในการจัดการสวัสดิภาพสัตว์ของบริษัท ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้บริษัทอื่นๆ นำไปเป็นแบบอย่างและปฏิบัติตามเช่นเดียวกัน”

“บริษัทระดับโลก อย่าง Mars, Kraft Heinz และ Starbucks กลับถูกจัดอยู่ในระดับสุดท้ายเมื่อพิจารณาถึงการจัดการสวัสดิภาพสัตว์ เราหวังว่าจะเห็นพวกเขาทำงานอย่างหนักเพื่อยกระดับมาตรฐานของการเลี้ยงสัตว์ในฟาร์มและเลื่อนระดับขึ้นในปีต่อๆไป”

พบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานที่เราทำเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตสัตว์เลี้ยงในฟาร์มนับล้านๆตัว

 

“จุดประสงค์ของการทำรายงานฉบับนี้ คือเราต้องการส่งเสริมให้บริษัทต่างๆ ออกมาเผยแพร่มาตรฐานในการจัดการสวัสดิภาพสัตว์ของบริษัท ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้บริษัทอื่นๆ นำไปเป็นแบบอย่างและปฏิบัติตามเช่นเดียวกัน”

บอกต่อเพื่อนๆ