วัดเสือเปลี่ยนชื่อใหม่หวังเปิดอีกครั้ง

27 กุมภาพันธ์ 2017

องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกได้ทำการสำรวจและได้เปิดเผยข้อมูลว่า บริษัท ไทเกอร์ เทมเปิ้ล จำกัด (Tiger Temple) ที่กำลังเป็นประเด็นในสังคมไทยนั้นได้วางแผนที่จะเปิดทำการใหม่อีกครั้งในชื่อ บริษัท โกลเด้น ไทเกอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

องค์กรฯมีความกังวลเป็นอย่างมากเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงชื่อครั้งนี้ ที่แสดงให้เห็นถึงพฤติการณ์แวดล้อมที่น่าหวั่นใจว่าจะนำไปสู่การปิดวัดเสือ และขอเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกการออกใบอนุญาตจัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์เพื่อไม่ให้บริษัท โกลเด้น ไทเกอร์ (ประเทศไทย) จำกัด สามารถเปิดทำการในสถานที่ใหม่อีกครั้ง

บริษัท ไทเกอร์ เทมเปิ้ล จำกัดเคยเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมจากการมีเสือในครอบครองเป็นจำนวนมาก ซึ่งเมื่อปี 2016 มีการบันทึกว่ามีการครอบครองเสืออย่างน้อยถึง 147 ตัว หลังจากถูกตั้งข้อกล่าวหามานานหลายปีเกี่ยวกับการเพาะพันธุ์เสืออย่างผิดกฎหมาย และค้าเสือและชิ้นส่วนของเสือ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2016 เจ้าหน้าที่จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช 500 นาย ได้บุกเข้าไปตรวจค้น และยึดของกลางเป็นลูกเสือแช่แข็งพร้อมกับตะกรุดและเขี้ยวเสืออีกจำนวนหนึ่ง

บริษัท โกลเด้น ไทเกอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งในปัจจุบันกำลังสร้างสถานที่แห่งใหม่ในจังหวัดกาญจนบุรี ได้รับการออกใบอนุญาตชั่วคราวสำหรับการจัดตั้งธุรกิจใหม่จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช แต่อย่างไรก็ตามใบอนุญาตจัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์ถาวรนั้นจะไม่ได้รับการอนุมัติ หากไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ทั้ง 11 ข้อภายในระยะเวลา 6 เดือน ซึ่งรวมถึงการจัดหาที่อยู่อาศัยที่มีขนาดใหญ่เพียงพอสำหรับเสือและการดูแลด้านสัตวแพทย์ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือพวกเขาอาจไม่สามารถทำตามเงื่อนไขการห้ามไม่ให้เพาะพันธุ์เสือหรือการอนุญาตให้นักท่องเที่ยวสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับเสือได้ในสถานที่ใหม่นี้

ในขณะที่บริษัท ไทเกอร์ เทมเปิ้ล จำกัด กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการทางกฎหมายและการเข้าสืบค้นการค้าสัตว์ป่าอย่างผิดกฎหมายอยู่นั้น แล้วบริษัท โกลเด้น ไทเกอร์ (ประเทศไทย) จำกัดได้ดำเนินการขอใบอนุญาตจัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์จะทำให้พวกเขายังสามารถทำธุรกิจเกี่ยวกับเสือที่อาจก่อให้เกิดการทำทารุณกรรมสัตว์อย่างโหดร้ายได้

ในปี 2016 องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกได้ยื่นคำร้องต่อกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เรียกร้องให้มีการสืบสวนอย่างถี่ถ้วนเกี่ยวกับการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่เสือในประเทศไทย และห้ามเพาะพันธุ์เสือในสถานที่ท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อต่อการอนุรักษ์เสือในป่า

Dr. Jan Schmidt-Burbach ที่ปรึกษาอาวุโสด้านสัตว์ป่า องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก กล่าวว่า "การทำฟาร์มเสือไม่ได้ช่วยในการอนุรักษ์สายพันธุ์ พวกเขาเพียงสร้างความทุกข์ทรมานถึงขีดสุดให้แก่สัตว์ป่าในขณะที่พวกมันต้องมีชีวิตอยู่ในสภาวะที่หวาดกลัว"

"สถานที่เหล่านี้จะต้องยุติการดำเนินการเพราะพวกเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับวงจรการค้าสัตว์ป่าอย่างผิดกฎหมายอย่างชัดเจน"

เมื่อปีที่แล้วองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกได้เผยแพร่ผลการศึกษาเกี่ยวกับการใช้เสือเพื่อความบันเทิงในประเทศไทย และพบว่ามีจำนวนเสือเพิ่มขึ้นถึง 33% ในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆภายในระยะเวลาเพียงห้าปี

สิ่งที่น่ากังวลที่สุดเกี่ยวกับสวัสดิภาพของสัตว์จากการสำรวจในสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้รวมถึง :

ลูกเสือจะถูกแยกจากแม่ของมันอย่างทารุณเมื่อมีอายุได้เพียงสองถึงสามสัปดาห์เท่านั้น
ลูกเสือจะถูกใช้เป็นส่วนประกอบสำหรับถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยว พวกมันจะถูกมองและถูกจับนับร้อยๆครั้งตลอดทั้งวัน ซึ่งสามารถก่อให้เกิดความเครียดและการบาดเจ็บได้
เสือจะถูกทำโทษเมื่อก้าวร้าวหรือมีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ โดยเจ้าหน้าที่คนหนึ่งได้เล่าให้กับนักวิจัยของเราฟังว่าเมื่อเสือ “ทำผิด” จะถูกทำโทษโดยการอดอาหาร
เสือจำนวนมากถูกขังอยู่ในกรงคอนกรีตขนาดเล็กหรือเพิงพักระบบปิดที่เข้าถึงน้ำสะอาดได้เพียงเล็กน้อย ซึ่งเราพบว่า50% ของเสือที่เราทำการสำรวจนั้นถูกขังอยู่ในกรงที่เล็กกว่า 20 ตารางเมตร/ตัว ซึ่งแตกต่างกันอย่างมากกับพื้นที่ 16-32 กิโลเมตรในป่าที่พวกมันสามารถเดินไปมาได้ตลอดทั้งคืน
12% ของเสือที่เราทำการสำรวจแสดงให้เห็นถึงปัญหาทางด้านพฤติกรรมเช่น การเดินงุ่นง่านไปมาหรือการไล่กัดหางตัวเอง ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้จะเกิดขึ้นเมื่อสัตว์รู้สึกว่ามันไม่สามารถรับมือกับสภาพแวดล้อมหรือสถานการณ์ที่ตึงเครียดได้

 

Dr. Jan Schmidt-Burbach กล่าวเพิ่มเติมว่า "นักท่องเที่ยวควรจะตระหนักว่า ประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตของพวกเขาในการเที่ยวชมเสือ สามารถก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานไปตลอดชีวิตของเสือได้ การถ่ายรูปเซลฟี่กับเสือสร้างความทุกข์ทรมานให้พวกมัน ดังนั้นกรุณาอย่าทำ"

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญของเราได้ที่ https://www.worldanimalprotection.or.th/wildlife-not-entertainers

หมายเหตุถึงบรรณาธิการ:

สามารถติดต่อเพื่อขอสัมภาษณ์เพิ่มเติมได้ที่คุณอรณิศ บุณยประสิทธิ์ โทร. 0818234466 Mail: oranit@worldanimalprotection.or.th
นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2017 เราได้ยื่นเอกสารถึง DNP เพื่อขอให้ระงับใบอนุญาตจัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์แก่บริษัท โกลเด้น ไทเกอร์ (ประเทศไทย) จำกัดและกำหนดห้ามเพาะพันธุ์เสือ
อ่านรายงานของเราเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวชมเสือเพื่อความบันเทิงในประเทศไทย
เข้าชมเว็บไซต์แคมเปญของเราเพื่อติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้สัตว์ป่าเพื่อความบันเทิงแก่นักท่องเที่ยว

บอกต่อเพื่อนๆ