ธุรกิจขนาดใหญ่อย่าง Amazon, Walmart, Mars, Papa John’s และอีกมากมายกำลังล้มเหลวด้านการดูแลสัตว์ในฟาร์ม

28 กุมภาพันธ์ 2019

ดัชนีชี้วัดการพัฒนาสวัสดิภาพสัตว์ในฟาร์มประจำปี 2018 (BBFAW) รายงานว่ามีบริษัท ผู้ผลิตอาหาร และแบรนด์ร้านอาหารรายใหญ่ของโลกจำนวนมากละเลยสวัสดิภาพของสัตว์

มีรายงานล่าสุดที่น่าตกใจว่า ไม่มีแม้แต่การนำเรื่องสวัสดิภาพสัตว์เข้าในวาระการประชุมของบริษัทขนาดใหญ่เหล่านี้ ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้ไม่สามารถเป็นที่ยอมรับได้ และทำให้เห็นถึงความทุกข์ของสัตว์ในฟาร์มอย่างใหญ่หลวง:

·        ทุกๆปีจะมีไก่กว่า 4 พันล้านตัวถูกขังอยู่ในกรง

·        พวกมันส่วนใหญ่ต้องอาศัยอยู่ในพื้นที่ขนาดไม่ใหญ่ไปกว่ากระดาษชิ้นเล็กๆ ในโรงเรือนที่เลี้ยงไก่ถึง 10,000 ตัวไว้ด้วยกัน

·        พวกมันต้องใช้เกือบทั้งชีวิตนั่ง หรือนอนบนมูลของตัวเอง

·        ลูกหมูในฟาร์มระบบอุตสาหกรรมจะถูกตัดหรือกรอฟัน และตัดหาง

·        แม่หมูถึง 3 ใน 4 ต้องถูกขังอยู่ในกรงขนาดไม่ต่างจากตู้เย็น

การทำฟาร์มที่ดีและมีการดูแลสวัสดิภาพของสัตว์นั้นดีทั้งต่อสัตว์ มนุษย์ และโลกที่เราอาศัยอยู่ ถึงเวลาแล้วที่ธุรกิจเหล่านี้จะต้องแสดงความรับผิดชอบและแสดงความมุ่งมั่นเพื่อสร้างสิ่งที่ดีกว่า

BBFAW ดัชนีชี้วัดการพัฒนาสวัสดิภาพสัตว์ในฟาร์ม

รายงานฉบับนี้เป็นปีที่ 7 ของ BBFAW ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากเราและ Compassion in World Farming ซึ่งนับเป็นการวัดมาตรฐานด้านสวัสดิภาพสัตว์ระดับชั้นนำของโลก และได้จัดอันดับ 150 บริษัทผู้ผลิตอาหารให้อยู่ในระดับ 1 (ดีที่สุด) ถึง 6 (แย่ที่สุด)

ใครบ้างที่ล้มเหลว?

บริษัทขนาดใหญ่จากสหรัฐอเมริกาอย่าง Mars และเครือซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ของยุโรปอย่าง E.Leclerc ได้รับการจัดอันดับอยู่ในระดับท้ายๆ และไม่มีหลักฐานว่ามีการกำหนดให้เรื่องสวัสดิภาพสัตว์ในฟาร์มเป็นหนึ่งวาระการประชุมของบริษัท

Amazon ซึ่งเป็นเจ้าของ Whole Foods Market ได้รับการจัดอันดับที่ระดับ 5 เท่านั้น เช่นเดียวกับ Starbucks Papa Johns, Subway, Campbell Soup และ Hershey.

มีอีกหลายบริษัทที่อยู่ในระดับท้ายๆของการจัดอันดับและต้องมีการดำเนินงานเพิ่มเติมอีกหลายส่วน อย่าง Walmart และ Burger King ที่ถูกจัดอยู่ในระดับ 4 เท่านั้น ส่วนซุปเปอร์มาร์เก็ตจากประเทศเยอรมันอย่าง Aldi และ McDonald’s นั้นอยู่ในระดับกลางๆที่ระดับ 3

ใครที่กำลังดำเนินการได้ดี?

Unilever และ Danone ได้รับการจัดระดับค่อนข้างสูงในระดับที่ 2 จากการแสดงให้เห็นได้ว่ามีการนำเรื่องสวัสดิภาพสัตว์เป็นส่วนหนึ่งในการวางแผนกลยุทธ์ของบริษัท

ซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดยักษ์จากประเทศอังกฤษอย่าง Morrisons และ Sainsburys, ก็ถูกจัดให้อยู่ในระดับ 2 เช่นเดียวกับ ผู้ประกอบการโรงแรมและร้านอาหารขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศอังกฤษอย่าง Whitebread และ Greggs ซึ่งเป็นเครือบริษัทผู้ผลิตเบเกอร์รี่รายใหญ่ที่สุดในอังกฤษ

ส่วนบริษัทอังกฤษที่ได้รับการจัดให้อยู่ในระดับที่ 1 ได้แก่ Waitrose, Marks & Spencer, Cranswick (หนึ่งในผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ที่สุดในอังกฤษ), และ Noble Foods (ผู้ผลิต GU Puds) ขึ้นเป็นผู้นำในการดูแลสวัสดิภาพสัตว์ในฟาร์ม

ทุกอย่างกำลังดีขึ้นในภาพรวม

นับตั้งแต่มีการก่อตั้ง ดัชนีชี้วัดการพัฒนาสวัสดิภาพสัตว์ในฟาร์ม BBFAW ในปี 2012 บริษัทขนาดใหญ่กำลังเดินหน้าไปในทางที่ดีขึ้น

* 53% ของบริษัททั้งหมดมีการส่งผู้บริหารหรืออำนวยการระดับสูงไปตรวจสอบสวัสดิภาพของสัตว์ในฟาร์ม

* บริษัทถึง 71% ได้เผยแพร่เป้าหมายการพัฒนาสวัสดิภาพของสัตว์ในฟาร์ม

* นับตั้งแต่ปี 2012 มีบริษัทผู้ผลิตอาหาร 55 แห่งได้รับการจัดอันดับในมาตรฐานนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งมี 17 (31%) บริษัทได้เลื่อนระดับขึ้น 1 ระดับ และมี 20 (36%) บริษัทได้เลื่อนระดับขึ้น 2 ระดับ และมี 8 (15%) บริษัทได้เลื่อนระดับขึ้น 3 ระดับ

ทบทวนให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อ

คุณโชคดี สมิทธิ์กิตติผล, ผู้จัดการโครงการสัตว์ฟาร์ม องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก กล่าวว่า “หากคุณห่วงใยสัตว์ คุณจึงควรทบทวนให้ถี่ถ้วนก่อนสนับสนุนร้านค้าหรือร้านอาหารเหล่านี้ บริษัทขนาดใหญ่อย่าง Burger King และ Walmart ต้องให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพของสัตว์อย่างจริงจังมากยิ่งขึ้น”

“ผู้ผลิตอาหาร ซุปเปอร์มาร์เก็ต และเครือข่ายร้านอาหารจะต้องไม่ละเลยสวัสดิภาพของสัตว์อีกต่อไป ผู้บริโภคสามารถรับทราบข้อมูลได้เพียงปลายนิ้วสัมผัสและพวกเขาแสดงให้อย่างชัดเจนถึงความห่วงใยในสวัสดิภาพสัตว์ เมื่อพวกเขาต้องตัดสินใจว่าจะซื้อสินค้าหรือทานอาหารที่ไหน”

การต่อสู้เพื่อการทำฟาร์มที่ดีกว่านี้

การทำฟาร์มระบบอุตสาหกรรมเป็นศูนย์กลางการทำทารุณกรรมสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มาเรียนรู้ว่าเราจะช่วยยุติความรุนแรงนี้ได้อย่างไร

บอกต่อเพื่อนๆ