วิกฤตภัยแล้ง: เมื่อสัตว์ตาย คนก็ไม่ต่างกัน

16 มิถุนายน 2019

วันที่ 17 มิถุนายน - นับเป็นวันต่อต้านภัยแล้งและฝนแล้งแห่งโลก

องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกกำลังเรียกร้องให้รัฐบาลต่างๆเพิ่มให้การคุ้มครองสัตว์เป็นส่วนหนึ่งในแผนการรับมือกับผลกระทบจากภัยแล้งและฝนแล้ง ซึ่งมีการประเมินว่าภายในปี 2025 จะมีประชากรกว่า 1.8 พันล้านคนทั่วโลกได้รับผลกระทบจากปัญหาการขาดแคลนน้ำ โดยเฉพาะผู้ที่ทำอาชีพปศุสัตว์จะได้รับผลกระทบที่รุนแรงที่สุด

วิกฤตภัยแล้งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งสถานการณ์อาจถึงขั้นวิกฤตส่งผลให้สัตว์ต่างๆไม่สามารถหลีกหนีจากความทุกข์ทรมานจากภัยธรรมชาติครั้งนี้ได้  เนื่องจากสัตว์ก็ต้องอาศัยน้ำในการดำรงชีวิตไม่ต่างจากมนุษย์  นอกจากภัยแล้งยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพ สวัสดิภาพ และการปกป้องคุ้มครองสัตว์ ทำให้ขาดแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยอย่างสิ้นเชิง

การทำปศุสัตว์เป็นหัวใจสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์ มีสถิติที่น่าตกใจแสดงให้เห็นว่าภัยแล้งได้คร่าชีวิตสัตว์อย่างไม่มีสัดส่วนที่ชัดเจน และในช่วงปี 1991 ถึง 2013 วิกฤตภัยแล้งทำให้เกิดความสูญเสียสัตว์เลี้ยงและผลผลิตทางการเกษตรถึง 31 พันล้านเหรียญในพื้นที่แอฟริกาใต้สะฮาราเพียงแห่งเดียว และการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศและวิกฤติโลกร้อนจะทำให้เกิดการสูญเสียเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ในขณะที่วิกฤติภัยแล้งและฝนแล้งกำลังทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกได้ประเมินว่าจะมีสัตว์ที่จะได้รับผลกระทบ ตกอยู่ในความทุกข์ทรมาน และเสียชีวิตมากขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งตลอกระยะเวลา 54 ปีที่ผ่านมา เราได้ทำงานเพื่อช่วยเหลือสัตว์ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งแล้วกว่า 500,000 ตัว

นโยบายเพื่อปกป้องและลดผลกระทบเชิงลบต่อการทำปศุสัตว์และสิ่งแวดล้อมต้องมีการนำมาดำเนินการอย่างจริงจัง การทำปศุสัตว์อย่างขาดความยั่งยืนทำให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมอย่างใหญ่หลวง และกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ธรรมาภิบาลที่ไม่เหมาะสมและการดำเนินการที่ขาดประสิทธิภาพมีส่วนทำให้เกิดความสูญเสียและความเสื่อมโทรมของความหลากหลายทางชีวภาพ ผืนดิน และน้ำ

ในขณะเดียวกัน การทำปศุสัตว์ยังต้องเผชิญกับการแข่งขันที่สูงขึ้นเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาและความทุกข์ทรมานจากผลที่ตามมา แต่เรายังคงมีทางออกที่มีประสิทธิภาพ ที่พิสูจน์ได้แล้วว่าการปกป้องคุ้มครองสัตว์ไม่เพียงช่วยสร้างความมั่นคงให้แก่การดำรงชีวิต แต่ยังช่วยชีวิตสัตว์และประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย

ตัวอย่างเช่นในรัฐ Chihuahua ประเทศเม็กซิโก ซึ่งประสบกับภัยแล้งเป็นประจำ ในปี 2013 องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกได้พัฒนาโครงการลดความเสี่ยงร่วมกับเกษตรกรเจ้าของปศุสัตว์เพื่อช่วยให้สัตว์ทั้งหลายมีชีวิตรอดในช่วงภัยแล้ง ด้วยการสร้างเขื่อนกั้นน้ำและทุ่งหญ้าที่ทนต่อสภาพอากาศที่แห้งแล้ง ทำให้สัตว์มีอาหารและน้ำดื่มแม้ในช่วงเวลาที่แล้งจัดที่สุด สัตว์หลายพันตัวได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ 14 เหรียญจากการเลี่ยงความสูญเสีย (เช่น สัตว์ตายลงด้วยวิธีอื่นๆ) ในทุกๆ 1 เหรียญต่อปี[1]

คุณ Gerardo Huertas, ผู้อำนวยการสากล การบริหารภัยพิบัติ องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก กล่าวว่า:

“แผนการรับมือกับภัยพิบัตินั้นให้ความสำคัญกับความต้องการของมนุษย์เป็นอันดับแรก แต่การฟื้นฟูวิถีชีวิตหลังเกิดภัยพิบัติในระยะยาวนั้นเกี่ยวข้องกับสวัสดิภาพของสัตว์โดยตรง ชุมชนส่วนใหญ่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งนั้นมีวิถีชีวิตที่ขึ้นอยู่กับการทำการเกษตรซึ่งการช่วยเหลือสัตว์เท่ากับการปกป้องอนาคตของพวกเขาให้ปลอดภัย”

“การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศก่อให้เกิดภัยแล้งอย่างรุนแรงในทุกๆปี ซึ่งส่งผลกระทบต่อสัตว์หลายล้านตัวและประชาชนที่ดำรงชีวิตขึ้นอยู่กับสัตว์เหล่านี้ ในวันนี้เราขอกระตุ้นเตือนรัฐบาลต่างๆให้เตรียมรับมือกับภัยพิบัติ และเพิ่มให้การคุ้มครองสัตว์เป็นหนึ่งในแผนการรับมือด้วย” 

องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกได้เผยแพร่แคมเปญ #DontForgetThem เพื่อเตือนให้รัฐบาลได้ร่วมให้การคุ้มครองสัตว์ เป็นหนึ่งในแผนการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติและแผนการบริหารภัยพิบัติ เพื่อลดความทุกข์ทรมานและปกป้องวิถีชีวิตของประชาชน

พบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญของเราและการปกป้องสัตว์จากภัยพิบัติได้ที่: www.worldanimalprotection.org  

หมายเหตุถึงบรรณาธิการ

  • ประชาชนที่ยากจนที่สุดในโลกกว่า 1 พันล้านคนต้องดำรงชีวิตขึ้นอยู่กับการทำปศุสัตว์และเลี้ยงสัตว์อื่นๆ เพื่อใช้เป็นอาหาร พาหนะ และการดำรงชีวิต ซึ่งสัตว์เลี้ยงก็มีความสำคัญเช่นกัน เนื่องจากพวกมันมีคุณค่าทางจิตใจ
  • รัฐบาลต้องมีการดำเนินการเพื่อปกป้องสัตว์ เพื่อปกป้องวิถีชีวิตของประชาชนหลายล้านคน
  • นับตั้งแต่ปี 1964 องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกได้ทำงานร่วมกับรัฐบาลต่างๆ ชุมชน และภาคเอกชนอย่างต่อเนื่องเพื่อรับมือกับภัยพิบัติ เราสนับสนุนให้รัฐบาลจัดทำแผนการรับมือกับภัยพิบัติที่ครอบคลุมถึงการปกป้องสัตว์ และตลอดระยะเวลา 54 ปีที่ผ่านมา กว่า 250 ภัยพิบัติที่เกิดขึ้น เราได้ให้ความช่วยเหลือสัตว์แล้วกว่า 7 ล้านตัว ซึ่งคุณสามารถรับทราบข้อมูลการทำงานของเราเพิ่มเติมได้ที่นี่

 

เราสนับสนุนให้รัฐบาลจัดทำแผนการรับมือกับภัยพิบัติที่ครอบคลุมถึงการปกป้องสัตว์ และตลอดระยะเวลา 54 ปีที่ผ่านมา กว่า 250 ภัยพิบัติที่เกิดขึ้น เราได้ให้ความช่วยเหลือสัตว์แล้วกว่า 7 ล้านตัว

บอกต่อเพื่อนๆ