องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกเรียกร้องให้กองทัพเรือร่วมต่อสู้กับภัยคุกคามจากอุปกรณ์จับปลาผิดกฎหมายจากทั่วโลก

14 ธันวาคม 2017

องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกเรียกร้องให้กองทัพเรือร่วมต่อสู้กับภัยคุกคามจากอุปกรณ์จับปลาผิดกฎหมายจากทั่วโลก

อวนที่ถูกทิ้งกลางมหาสมุทรจากเรือประมงผิดกฎหมายกำลังทำให้วาฬ โลมา แมวน้ำ และเต่าทะเลกำลังจมน้ำตาย

Mr. Steve McIvor CEO องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ได้ยื่นจดหมายถึงกองทัพเรือที่มีแสนยานุภาพมากที่สุดในโลก 10 แห่ง เพื่อเรียกร้องให้เพิ่มการลาดตระเวนเพื่อต่อต้านการทำประมงที่ผิดกฎหมาย การประมงที่ไม่มีการรายงาน และการประมงที่ขาดการควบคุม ซึ่งองค์กรยังได้เผยแพร่ภาพวิดีโอที่ถ่ายจากโดรนที่แสดงให้เห็นขณะที่เรือประมงผิดกฎหมายกำลังทิ้งซากอวนลงในมหาสมุทรบริเวณนอกชายฝั่งแห่งหนึ่งในประเทศไทย

ทุกๆปีมีวาฬ ลมา แมวน้ำและเต่าทะเลมากกว่า 1 แสนตัวต้องติดกับดักอุปกรณ์จับปลาเหล่านี้ แหจับปลา เบ็ด หรือที่ดักปลาที่ถูกทิ้ง หรือตกหล่นสูญหายเหล่านี้จะอยู่ในทะเลนานถึง 600 ปีกว่าพวกมันจะย่อยสลาย ซึ่งในแต่ละปีในมหาสมุทรจะมีอุปกรณ์จับปลาถูกทิ้งไว้ถึง 640,000 ตัน และมักจะมาจากเรือประมงผิดกฎหมายที่ทิ้งอุปกรณ์จับปลาลงทะเลเพื่อปิดบังการกระทำที่ผิดกฎหมาย

Mr. Steve McIvor CEO องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก  กล่าวว่า :

“สัตว์ที่ติดกับในอุปกรณ์จับปลาเหล่านี้ ต้องทนทุกข์ทรมานกับความเจ็บปวดอย่างยาวนานจนกว่าจะตายลง ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วพวกมันจะเหนื่อยหรือตายจากความหิวโหย โดยปกติเพียงสายเบ็ดตกปลาเส้นเล็กๆพันรอบครีบหรือคอของสัตว์ ก็สามารถทำให้เกิดการรัดแน่น การติดเชื้อ และตายลงได้”

การทำประมงที่ผิดกฎหมาย การประมงที่ไม่มีการรายงาน และการประมงที่ขาดการควบคุม (IUU) นั้นมีความเชื่อมโยงกับอุปกรณ์จับปลาอย่างปฏิเสธไม่ได้ ซึ่งทั้งโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) และองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ได้รับทราบถึงความเชื่อมโยงนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

การทำประมงผิดกฎหมายไม่เพียงส่งผลกระทบแง่ลบกับสัตว์เท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบกับประชากรทั่วโลกอีกด้วย ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา พลเรือเอกที่เกษียณอายุราชการจากกองทัพเรือสหรัฐฯ James G. Stavridis ผู้เคยทำหน้าที่ผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งประชาชาติ (NATO) ครั้งที่ 16 ได้กล่าวว่า : “ประธานาธิบดีทรัมพ์ควรทราบว่าการทำประมงผิดกฎหมายนั้นนับเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อผลประโยชน์ในประเทศ และยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งจะเป็นการส่งสารที่น่าเชื่อถือไปยังประเทศต่างๆ รวมทั้งอาชญากรที่กำลังเป็นภัยคุกคามอย่างร้ายแรงในการทำร้ายท้องทะเลของเรา”

ชุมชนต่างๆทั่วโลกกำลังตกอยู่ในอันตรายเนื่องจากความพยายามในการอนุรักษ์สัตว์ทะเล และแหล่งอาหารทางทะเลนั้นอยู่ในภาวะเสี่ยง และกำลังถูกคุกคาม ซึ่งจะส่งผลกระทบกับสังคมและเศรษฐกิจของประเทศทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

ในจดหมายนั้น Mr.  Steve McIvor กล่าวว่า : “ผมขอให้กองทัพเรือเพิ่มการลาดตระเวนเพื่อป้องกัน ยับยั้ง และกำจัดการประมงผิดกฎหมาย เรือประมงผิดกฎหมายมีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมผิดกฎหมายในปัจจุบัน ซึ่งก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานกับสัตว์ทะเลนับแสนตัว และพวกเขากำลังกอบโกยรายได้จำนวนมากเนื่องจากรู้ว่าสามารถหลีกเลี่ยงการจับกุมได้ง่าย

“ผมเชื่อว่าในฐานะที่เป็นหนึ่งในกองทัพเรือที่มีแสนยานุภาพมากที่สุดในโลก คุณจะเห็นด้วยที่จะช่วยกำจัดภัยคุกคามเหล่านี้ออกจากมหาสมุทรของเรา” 

โครงการ The Global Ghost Gear Initiative นั้นก่อตั้งโดยองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกในปี 2015 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างภาคีต่างๆเพื่อมุ่งมั่นผลักดันให้เกิดการแก้ปัญหาการทิ้งอุปกรณ์จับปลาในท้องทะเลทั่วโลก โครงการ GGGI มีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงสุขภาพของระบบนิเวศทางทะเล ปกป้องสัตว์ทะเล และปกป้องสุขภาพและความเป็นอยู่ของมนุษย์.

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.ghostgear.org

หมายเหตุถึงบรรณาธิการ :

ติดต่อเพื่อขอสัมภาษณ์หรือรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมที่ คุณอรณิศ บุณยประสิทธิ์ 0818234466 หรือ 025130475 หรือ email oranit@worldanimalprotection.or.th

ชมภาพและวิดีโอจากโดรนที่นี่
พบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ที่ www.WorldAnimalProtection.or.th
พบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ the Global Ghost Gear Initiative (GGGI) ได้ที่  www.ghostgear.org
กองทัพเรือ 10 แห่ง ได้แก่ :

o กองทัพเรือสหรัฐฯ

o กองทัพเรือกองทัพปลดปล่อยประชาชน

o กองทัพเรือรัสเซีย

o กองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลของประเทศญี่ปุ่น

o กองทัพเรืออินเดีย

o ราชนาวี

o กองทัพเรือฝรั่งเศส

o กองทัพเรือสาธารณรัฐจีน

o กองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลี

o กองทัพเรืออินโดนีเซีย

องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกเรียกร้องให้กองทัพเรือร่วมต่อสู้กับภัยคุกคามจากอุปกรณ์จับปลาผิดกฎหมายจากทั่วโลก
หมวดหมู่: 

บอกต่อเพื่อนๆ