“องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก” ชื่นชม “ท็อปส์ มาร์เก็ต” นำร่อง ซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไทย ประกาศเลิกอุดหนุนฟาร์มเลี้ยงหมูแม่พันธุ์แบบยืนซอง คาดปี 2570 ทำได้100%

21 สิงหาคม 2018

“ท็อปส์ มาร์เก็ต” ซุปเปอร์มาร์เก็ตยักษ์ใหญ่ภายใต้เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล (Central Food Retail, CFR) โชว์ สปิริตรับผิดชอบต่อสังคมและผู้บริโภคด้วยการประกาศตัวเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำรายแรกของไทย ที่ให้คำมั่นว่าจะยุติการสรรหาเนื้อหมูจากฟาร์มที่เลี้ยงหมูแม่พันธุ์ที่กำลังตั้งท้องด้วยการยืนซอง

ตามคำข้อเรียกร้องขององค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (World Animal Protection) ซึ่งได้จัดทำโครงการ "Raise Pig Right เลี้ยงหมูด้วยใจ" ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตหมูแม่พันธุ์ที่ถูกเลี้ยงในซองเล็กๆ ให้เปลี่ยนมาเลี้ยงแบบรวมกลุ่มรวมถึงการเพิ่มอุปกรณ์ลดความเครียดให้กับหมูไว้กัดเล่น อาทิ เชือกปอมะนิลา กระสอบที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ หรือกิ่งไม้ เป็นต้น ทั้งนี้ “ท็อปส์ มาร์เก็ต” ตั้งเป้าจะทยอยลดปริมาณการอุดหนุนและทำให้ได้ 100 % ภายในปีพ.ศ. 2570

คุณโรจนา สังข์ทอง ผู้อำนวยการองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย กล่าวว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ท็อปส์ มาร์เก็ต ไม่เพิกเฉยต่อเสียงของสังคม และเป็นธุรกิจค้าปลีกรายแรกที่ให้คำมั่นสัญญา พร้อมร่วมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนพันธกิจขององค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกในการช่วยให้หมูแม่พันธุ์ในฟาร์มประเทศไทยไม่ต้องถูกขังในซองเล็กๆ ตลอดชีวิต

“เราเชื่อว่าการประกาศให้คำมั่นสัญญาจากซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำของไทย อย่างท็อปส์ มาร์เก็ต ซึ่งมีสาขามากถึง 109 แห่งทั่วประเทศ จะสร้างการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญต่อการเลี้ยงหมูแม่พันธุ์หลายหมื่นตัวในแต่ละปี และเราหวังว่า ท็อปส์ มาร์เก็ต จะช่วยจุดประกายให้ซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไทยหันมาร่วมให้คำมั่นที่จะขายเนื้อหมูที่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างถูกวิธี ด้วยการค่อยๆ ลดปริมาณการสั่งซื้อเนื้อหมูจากฟาร์มที่ใช้วิธีเลี้ยงหมูแม่พันธุ์ที่กำลังตั้งท้องด้วยการยืนซอง เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงด้านสวัสดิภาพสัตว์ที่ดีขึ้นต่อไป

คุณโรจนา ยังเสริมด้วยว่าที่ผ่านมา องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย ได้ดำเนินการร่วมกับฟาร์มหมูชั้นนำ เพื่อยกระดับการเลี้ยงดู และใส่ใจในสวัสดิภาพของชีวิตหมูในฟาร์มมากขึ้น ด้วยการรณรงค์ให้เปลี่ยนจากการเลี้ยงหมูแบบยืนซองมาเป็นระบบการเลี้ยงแบบรวมกลุ่มและคอกคลอด เพื่อให้หมูในฟาร์มสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ลดภาวะเครียด และสามารถแสดงออกถึงพฤติกรรมตามธรรมชาติได้มากขึ้น เพราะจากสถิติพบว่า 3 ใน 4 ของแม่หมูจากทั่วโลกนั้นต้องยืนอยู่ในซองกรงแคบๆ ที่มีขนาดไม่ใหญ่ไปกว่าตู้เย็นขนาดมาตรฐานที่พวกมันไม่สามารถหมุนตัวได้ หรือที่เรียกว่าหมูยืนซองตลอดเวลา ส่งผลให้หมูเกิดความเครียด ทำให้ภูมิคุ้มกันและสุขภาพของหมูแย่ลง เป็นต้นเหตุของการใช้ยาปฏิชีวนะในอัตราที่สูง ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพของเนื้อหมูที่ได้

ทั้งนี้ จากความพยายามขององค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย ส่งผลให้บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ของไทยร่วมให้คำมั่นว่าจะยกเลิกการเลี้ยงแม่หมูแบบยืนซองขณะตั้งท้อง เป็นรายแรกในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ในเดือนกันยายน ปีพ.ศ. 2560 โดยจะเปลี่ยนมาเป็นระบบการเลี้ยงแบบรวมกลุ่มให้ครบทุกฟาร์มในเครือฯ ภายในปีพ.ศ. 2570 เช่นเดียวกับซีพีเอฟที่มีแผนจะยุติการเลี้ยงหมูแม่พันธุ์ที่ตั้งครรภ์แบบยืนซองหันมาเลี้ยงแบบรวมกลุ่มให้แล้วเสร็จภายในปีพ.ศ. 2568

นอกจากนี้ องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ทุกสาขาทั่วโลกร่วมจัดทำแคมเปญ “Raise Pigs Right เลี้ยงหมูด้วยใจ” พร้อมกัน เพื่อรณรงค์ให้ซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วโลกยกเลิกการสั่งซื้อเนื้อหมูจากฟาร์มระบบยืนซอง รวมถึงให้มีการส่งเสริมนโยบายในการสั่งซื้อเนื้อหมูที่มีสวัสดิภาพที่ดี

ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.worldanimalprotection.or.th/raise-pigs-right-environment

-------------------------------------------------

คุณอรณิศ บุณยประสิทธิ์ 0818234466 หรือ 025130475

email oranit@worldanimalprotection.or.th

หมวดหมู่: 

บอกต่อเพื่อนๆ