ลูกค้า Tops Market และ Tesco Lotus ต้องการให้ซุปเปอร์มาร์เก็ตทั้ง 2 แห่ง พัฒนาคุณภาพชีวิตของหมูที่อยู่ในระบบ

23 เมษายน 2018

20 เมษายน 2018, กรุงเทพฯ — องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกกล่าวว่า
หมูเป็นสัตว์ฟาร์มที่ถูกเลี้ยงอย่างแออัดมากที่สุดชนิดหนึ่งของโลก
พวกมันได้รับความทุกข์ทรมานในทุกช่วงของชีวิต
และผลิตภัณฑ์ของซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่
มีความสามารถที่จะยุติความทุกข์ทรมานของหมูในฟาร์มเหล่านี้ได้
ร่วมลงชื่อกับเราวันนี้ เพื่อเรียกร้องให้ซุปเปอร์มาร์เก็ตจัดหาเนื้อหมู
ที่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างถูกวิธีมาจำหน่าย
องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกกำลังเรียกร้องให้
Tops Market (ในเครือ Central Food Retail) และ 
Tesco Lotus สรรหาเนื้อหมูที่มาจากฟาร์มที่มีสวัสดิภาพสัตว์ดี
จากผลวิจัยที่จัดทำขึ้นในระดับโลกนั้นแสดงให้เห็นว่า 93% ของลูกค้า
Tops Market และ Tesco Lotus ในประเทศไทย
มีความต้องการจับจ่ายเลือกซื้อสินค้าในซุปเปอร์มาร์เก็ต
ที่ให้คำมั่นว่าจะยกระดับคุณภาพชีวิตหมูในกระบวนการสรรหา
ผู้ที่ซื้อสินค้าในซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำมีความกังวลเกี่ยวกับ
การดูแลหมูในระบบฟาร์มอุตสาหกรรม โดย 67% ของผู้ตอบการวิจัย
พบว่าภาพของหมูในระบบฟาร์มอุตสาหกรรมนั้น
ทำให้พวกเขารู้สึกตกใจ และหดหู่
ในขณะที่ความต้องการเนื้อหมูราคาถูกกำลังเพิ่มมากขึ้นทั่วโลก
ทำให้ระบบฟาร์มอุตสาหกรรมนั้นต้องทำงานหนักขึ้นกว่าที่เคย 
การทำฟาร์มแบบเร่งรัดที่ทำให้หมูต้องทนทุกข์ทรมาน
ไปตลอดทั้งชีวิตนั้นรวมถึง :
- 3 ใน 4 ของแม่หมูจากทั่วโลกนั้นต้องอยู่ในซองตลอดเวลา
ถูกใช้เป็นเครื่องขยายพันธุ์ ถูกพรากลูกไปและต้องใช้ทั้งชีวิต
อยู่ในกรงที่ไม่ใหญ่ไปกว่าตู้เย็นขนาดมาตรฐาน
ที่พวกมันไม่สามารถหมุนตัวได้
- ลูกหมูจะถูกตัดหาง หรอฟันออกหรือตัดทิ้ง ทำสัญลักษณ์ที่หู
และตอนลูกหมูตัวผู้ ในขณะที่มีอายุไม่กี่สัปดาห์
โดยไม่มีการบรรเทาความเจ็บปวด
- อยู่อย่างแออัดในความมืด ถูกบังคับให้นอนเบียดเสียดกัน
บนมูลของพวกมันเอง สภาพที่สกปรกและสร้างความเครียดเหล่านี้
เป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคที่ทำให้ต้องใช้ยาปฏิชีวนะเป็นประจำ
ผลการวิจัยนี้พบว่า:
86% ของคนไทยมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพ
เนื่องจากการใช้ยาปฏิชีวนะในกระบวนการการผลิตหมู
80% ของคนอเมริกันมีความกังวลหลังจากที่ได้รับชมข้อเท็จจริง
เกี่ยวกับการทำฟาร์มเชิงพาณิชย์
72% ของคนชาติอื่นๆเชื่อว่าวิธีการที่ระบบฟาร์มอุตสาหกรรมเลี้ยงหมูนั้น
“ไม่น่าพอใจ” “ผิดวิธี” และ”เป็นที่น่าตกใจ”
ในสหรัฐอเมริกา 89% ของลูกค้าคิดว่าซุปเปอร์มาร์เก็ต
ต้องมีส่วนในความรับผิดชอบในการสรรหาเนื้อหมู
ที่มีการดูแลสวัสดิภาพอย่างได้มาตรฐานอีกทั้ง
ต้องมีความรับผิดชอบต่อเนื้อหมูที่มาจากทั้งในประเทศและ
ต่างประเทศในระดับเดียวกัน
ชาวจีน 85% มีความประสง์ที่จะเปลี่ยนมาซื้อสินค้าในซุปเปอร์มาร์เก็ต
ให้คำมั่นว่าจะยกระดับคุณภาพชีวิตของหมู

คุณสมศักดิ์ สุนทรนวภัทร หัวหน้าฝ่ายโครงการ
องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทยกล่าวว่า
“สภาพแวดล้อมในระบบฟาร์มอุตสาหกรรม
ที่มีการดูแลสวัสดิภาพของหมูต่ำจะทำให้
หมูเจ็บปวดทางร่างกายและมีความทุกข์ทรมาน
ทางสภาพจิตใจอย่างรุนแรง”

“หมูไม่ควรต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ เราต้องการเห็นจุดจบ
ของสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยกรงขังและแห้งแล้งเช่นนี้
เพื่อให้หมูสามารถมีชีวิตอยู่ในกลุ่มทางสังคม
ในสภาพแวดล้อมที่สะดวกสบายและ
มีโอกาสที่จะแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติของพวกมันได้”
“ซุปเปอร์มาเก็ตมีความสามารถที่จะสร้างชีวิตที่ดีกว่าให้กับหมูเหล่านี้ได้
เรากำลังสนับสนุนให้ผู้บริโภคทำให้ซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ
รับรู้ว่าลูกค้าคาดหวังผลิตภัณฑ์เนื้อหมูที่มาจากหมูที่มีสวัสดิภาพดี
ได้มาตรฐานขั้นสูง เพื่อที่จะยืนยันว่าหมูได้รับการเลี้ยงดูอย่างถูกวิธี”
องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกกำลังทำงานร่วมกับผู้ผลิตเนื้อหมู
เพื่อที่จะพัฒนาระบบการดูแลสวัสดิภาพขั้นสูง
ซึ่งทำให้หมูไม่ต้องถูกขังอยู่ในกรงแต่สามารถอยู่ในกลุ่มของพวกมันได้
เรากำลังพยายามทำให้ประชาชนทั่วไปช่วยขับเคลื่อน
เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้
ด้วยการบอกซุปเปอร์มาร์เก็ตที่พวกเขาจับจ่ายซื้อของอยู่เป็นประจำ
ให้สรรหาเนื้อหมูที่มีสวัสดิภาพที่ดีมาจำหน่ายแทน
คุณสมศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “การมีสวัสดิภาพสัตว์ดีนั้น
ดีต่อธุรกิจ และดีต่อทุกคน
การดูแลสวัสดิภาพของสัตว์ที่ดีนั้นจะช่วยลดความเครียด
การบาดเจ็บและติดเชื้อโรค ลดการใช้ยาปฏิชีวนะและ
ทำให้มีเนื้อหมูที่คุณภาพดีกว่าสำหรับคุณและครอบครัวของคุณ”
องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกกำลังขอร้องให้ประชาชนทั่วไปร่วมลงชื่อ
เพื่อเรียกร้องให้ซุปเปอร์มาร์เก็ตให้คำสัญญาที่จะขายเนื้อหมู
ที่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างถูกวิธี (Raise Pig Right เลี้ยงหมูด้วยใจ) เท่านั้น
คลิกเพื่อลงชื่อ

หมวดหมู่: 

บอกต่อเพื่อนๆ