สวัสดิภาพสัตว์ในฟาร์ม

สัตว์ในฟาร์มที่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างมีมนุษยธรรมจะมีสุขภาพดี ดังนั้น เราจึงพัฒนาสวัสดิภาพสัตว์ในฟาร์ม และรณรงค์ให้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของการทำฟาร์มสัตว์

 เราปกป้องคุ้มครองสัตว์ในฟาร์ม

การเลี้ยงสัตว์อย่างมีมนุษยธรรมจะดีกว่าสำหรับทุกคน สัตว์จะมีชีวิตที่ยืนยาว มีสุขภาพทั้งกายและใจที่ดี การทำฟาร์มโดยคำนึงถึงสวัสดิภาพสัตว์นั้น สามารถลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อสภาพแวดล้อม และเกษตรกรสามารถมีรายได้เพิ่มขึ้นได้ด้วย ดังนั้น เราจึงทำงานร่วมกับรัฐบาล เกษตรกร และผู้บริโภคทั่วโลกเพื่อรณรงค์เรื่องการดูแลสัตว์ในฟาร์ม และเป็นพันธมิตรกับกลุ่มธุรกิจเพื่อที่จะแสดงให้เห็นว่าการทำการเกษตรกรรมนั้นสามารถที่จะทำแบบยั่งยืนและให้ผลกำไรได้ด้วยในขณะเดียวกัน

เราทำงานร่วมกับเกษตรกรในการปรับปรุงสวัสดิภาพสัตว์ และเลี้ยงสัตว์ในสภาพแวดล้อมที่พวกเขาสามารถทำงานละอยู่อาศัยได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ข้อดีของสวัสดิภาพสัตว์ในฟาร์ม:

ระบบฟาร์มที่มีมนุษยธรรมจะดีต่อสัตว์ ผู้คน และสิ่งแวดล้อม

  • การเลี้ยงสัตว์ในฟาร์มอย่างมีมนุษยธรรมจะใช้อาหาร น้ำมันเชื้อเพลิง และน้ำในการบริโภค น้อยกว่าการทำการฟาร์มแบบเข้มข้น (Intensive Farming) อีกทั้งยังลดค่าใช้จ่ายและมลพิษด้วย
  • ระบบจัดการฟาร์มที่มีมนุษยธรรม สามารถสร้างงาน เพิ่มผลกำไร และเก็บเกี่ยวพืชผลไว้เป็นเสบียงอาหารที่ดีต่อสุขภาพในระดับท้องถิ่น
  • การทำฟาร์มพืชและฟาร์มปศุสัตว์อย่างมีมนุษยธรรมนั้น สามารถลดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมได้ เช่นการนำกลับมาใช้ใหม่และการปรับปรุงสารอาหารในดิน
  • การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะลดลงเมื่อสัตว์มีสุขภาพและมีสวัสดิภาพที่ดี

สวัสดิภาพสัตว์ในฟาร์ม : การทำงานของเรา

ที่องค์การคุ้มครองสัตว์โลก (World Animal Protection) เราให้ความช่วยเหลือแก่บริษัทและเกษตรกรที่จะนำวิธีการทำฟาร์มแบบเปิด เพราะการเลี้ยงสัตว์โดยกักบริเวณให้สัตว์อยู่ในพื้นที่ที่จำกัดนั้น เป็นสาเหตุของความเจ็บปวดและความเครียด ขณะที่การทำฟาร์มสัตว์แบบเปิดนั้น ทำให้สัตว์สามารถแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติของพวกเขาได้ สามารถเดินไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระ วิธีการนี้จะช่วยลดความเจ็บปวดในวิธีการจัดการสัตว์ได้ เช่น การตัดหาง (ซึ่งจะใช้กับหมูเพื่อการหยุดการโจมตีกันเองของหมูที่อยู่อย่างแออัดในฟาร์มระบบ Intensive )

เกษตรกรและรัฐบาลได้เห็นประโยชน์จากการลี้ยงสัตว์ในฟาร์มเปิดอย่างมีมนุษยธรรม

การเปลี่ยนแปลงได้เกิดขึ้นแล้ว และกำลังดำเนินอยู่ต่อไป ในปี 2012 การใช้กรงที่กักขังแม่ไก่ไว้ในพื้นที่ที่เล็กกว่ากระดาษขนาด A4 ได้ถูกยกเลิกและกำจัดออกไปโดยหลายบริษัทซึ่งได้เปลี่ยนวิธีการเลี้ยงไก่จากเดิมไปเป็นการเลี้ยงที่โรงนา หรือในพื้นที่โล่ง ส่วนการเลี้ยงแม่สุกรที่ตั้งท้องไว้ในรางที่แคบ ทำให้แม่สุกรไม่สามารถหันตัวไปรอบ ๆ ได้ เป็นสิ่งต้องห้ามและถูกยกเลิกโดยสหภาพยุโรป ในปี 2013

ดังนั้น ถึงเวลาที่จะผลักดันร่วมกัน โดยเรียกร้องให้อุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ในฟาร์มทั่วโลกรับรองการเลี้ยงสัตว์ในฟาร์มให้มีชีวิตและดำรงชีวิตอยู่อย่างเหมาะสม

บอกต่อเพื่อนๆ