โค กระบือ ดอยเต่ากว่า 28,000 ตัว รอดชีวิตหลังองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกเข้าช่วยเหลือบรรเทาภัยฉุกเฉินในภาวะภัยแล้งขาดน้ำขั้นวิกฤตรอบ 50 ปี

จากสถานการณ์ความรุนแรงของภัยแล้งในรอบ 50 ปี ทำให้ขาดน้ำขั้นวิกฤต มีหลายพื้นที่รอคอยความช่วยเหลือ โดยเฉพาะสัตว์ที่มักเป็นเหยื่อที่ถูกลืม และได้รับการช่วยเหลือเป็นอันดับท้าย ทั้งๆ ที่สัตว์เป็นส่วนหนึ่งของชุมชน ช่วยสร้างรายได้อันเป็นการดำรงชีวิตของเกษตรกร ทั้งนี้พื้นที่เกษตรกรรมในหลายอำเภอ เช่น อ. ดอยเต่า จ. เชียงใหม่ ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพาปศุสัตว์ โดยมีโค กระบือ จำนวนกว่า 28,000 ตัว ได้รับผลกระทบในครั้งนี้อย่างรุนแรง ภายใต้อุณหภูมิร้อนระอุสูงถึง 36 – 44 องศาเซลเซียส น้ำในแม่น้ำปิงแห้งขอด ซึ่งส่งผลให้สัตว์เกิดภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง สุขภาพของฝูงสัตว์อ่อนแอลง อีกทั้งด้วยแหล่งน้ำที่จำกัด ยังทำให้สัตว์ต้องเข้ามาใช้แหล่งน้ำร่วมกัน จนเสี่ยงต่อการระบาดของโรคและตายได้

 

ดังนั้นทีมจัดการภัยภิบัติขององค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (World Animal Protection) นำโดยนายสัตวแพทย์ณฤทธิ์ศร ผลเพิ่ม ผู้จัดการฝ่ายโครงการการจัดการภัยพิบัติ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค และสัตวแพทย์หญิงวิกานดา แสงทอง เจ้าหน้าที่ทีมจัดการภัยพิบัติได้ลงพื้นที่ประเมินสถานการณ์ความรุนแรงและเข้าช่วยเหลือสัตว์ประสบภัยแล้งอย่างเร่งด่วน “เพราะสัตว์เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำและสารอาหาร องค์กรฯ จึงได้ทำงานร่วมกับกรมปศุสัตว์ จ.เชียงใหม่ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อ.ดอยเต่า เพื่อจัดมอบถังบรรจุน้ำขนาด 1,000 ลิตร จำนวน 40 ถัง ให้กับศูนย์อพยพปศุสัตว์ 30 ศูนย์ ซึ่งแต่ละจุดตั้งอยู่ห่างไกลจากชุมชน และยากลำบากในการเดินทางเข้าถึง ดังนั้น ถังน้ำดังกล่าวนี้ จะได้ช่วยให้สัตว์ได้รับน้ำกินอย่างเพียงพอ พร้อมวิตามินละลายน้ำและหญ้าแห้ง ให้กับกลุ่มเพื่อช่วยบรรเทา ภาวะอ่อนเพลียจากอุณภูมิที่สูงมากและการได้รับสารอาหารในปริมาณจำกัดมาเป็นเวลานาน ซึ่งคาดว่าจะสามารถบรรเทาปัญหาภัยแล้งที่กำลังวิกฤติให้กับโค กระบือ จำนวนกว่า 28,000 ตัว ในขณะนี้” นายสัตวแพทย์ณฤทธิ์ศร กล่าว

คุณลุงคำ เกษตรกรชาวดอยเต่าผู้เลี้ยงกระบือ เล่าว่า “ปีนี้เป็นปีที่แล้งที่สุด ตั้งแต่เป็นหนุ่มจนถึงเดี๋ยวนี้ยังไม่เคยเห็นแล้งขนาดนี้ แม่น้ำปิง ไม่เคยแห้งจนเห็นสันดอนพื้นแม่น้ำชัดเจนขนาดนี้ ตอนนี้แทบจะไม่มีน้ำให้กิน บางจุดต้องแห้งแล้งจนต้อง ขุดบ่อบาดาลลงไป ตรงบริเวณที่เคยเป็นก้นแม่น้ำปิง ปกติจะพาสัตว์ไปกินน้ำที่แม่น้ำปิง แต่ปีนี้ทางปศุสัตว์ต้องมาช่วยกั้นน้ำให้เพื่อสัตว์มีน้ำกิน หากไม่มีฝนตกลงมา สัตว์ก็คงจะไม่มีอะไรให้กิน”

นายสัตวแพทย์ณฤทธิ์ศร กล่าวเพิ่มเติมว่า “นอกจากการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาภัยอย่างเร่งด่วนในครั้งนี้แล้ว องค์กรฯ ยังได้มีการวางแผนให้ความช่วยเหลือในระยะยาวอีกด้วย เพื่อลดความเสี่ยงให้กับสัตว์และชาวบ้าน โดยในอีกประมาณ 1- 2 เดือนข้างหน้านี้ เราจะนำเครื่องผลิตแร่ธาตุก้อนไปให้ พร้อมสาธิตการทำเพื่อให้สัตว์ต่างๆ สามารถดำรงชีวิตผ่านสภาวะอากาศที่แห้งแล้งนี้ไปได้”

บอกต่อเพื่อนๆ