พะยูนตายเพิ่มขึ้น… แต่เรายังเปลี่ยนอนาคตได้
ร่วมปกป้องพะยูน
📊 สถานการณ์ที่น่ากังวล
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แนวโน้มการตายของพะยูนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ระหว่างปี 2019–2022 จำนวนพะยูนที่ตายเพิ่มจากเฉลี่ย 13 ตัวต่อปี เป็นมากกว่า 20 ตัวต่อปี และในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเพียงอย่างเดียว มีพะยูนตายรวมกันถึง 150 ตัว สะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์กำลังเร่งตัวขึ้น
🗺️ เส้นทางชีวิตที่เปลี่ยนไป
ขณะเดียวกัน เส้นทางการเคลื่อนที่ของพะยูนในทะเลอันดามันก็เริ่มเปลี่ยนไป จากพื้นที่ดั้งเดิมในจังหวัดตรัง พะยูนเริ่มอพยพไปยัง กระบี่ และขยายขึ้นเหนือไปถึง พังงาและภูเก็ต เพื่อค้นหาแหล่งอาหารใหม่
⚠️ ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น
การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้พื้นที่ชายฝั่งบางแห่งที่ไม่เคยเป็นแหล่งอาศัยหลักของพะยูน เริ่มกลายเป็นพื้นที่สำคัญต่อการอยู่รอดของพวกเขา ขณะเดียวกัน พะยูนที่ต้องเดินทางไกลเพื่อค้นหาอาหาร มักเผชิญความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ การชนเรือ และภาวะขาดสารอาหาร ซึ่งเป็นประเด็นด้านสวัสดิภาพสัตว์ ที่สะท้อนถึงความเปราะบางของพะยูนในธรรมชาติ
🌱 ความหวังยังมีอยู่
วันนี้ การทำงานกำลังเกิดขึ้นทั้งในแหล่งเดิมและพื้นที่ที่พะยูนกำลังอพยพเข้าไป เพื่อฟื้นฟูแหล่งอาหาร และสร้างโอกาสให้ประชากรพะยูนสามารถตั้งหลัก และค่อย ๆ ฟื้นตัวได้อีกครั้งในอนาคต

🔍 การติดตามเพื่อความเข้าใจที่แม่นยำ
นอกจากการฟื้นฟูหญ้าทะเลแล้ว โครงการยังให้ความสำคัญกับการติดตามจำนวนและการกระจายตัวของพะยูนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เข้าใจการเปลี่ยนแปลงของประชากรพะยูนในทะเลอันดามันได้อย่างแม่นยำมากขึ้น โดยใช้ทั้งการสำรวจภาคสนาม และการถ่ายภาพทางอากาศด้วยโดรน ซึ่งเปิดโอกาสให้เครือข่ายอาสาสมัครและชุมชนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและเก็บข้อมูล
การทำงานเพื่อฟื้นฟูแหล่งที่อยู่อาศัยของพะยูนอย่างยั่งยืน
📍 พื้นที่นำร่องในการฟื้นฟู
ในปีแรก องค์กรพิทักษ์สัตว์โลก (World Animal Protection) จะดำเนินการจัดทำข้อมูลฐาน (Baseline Information) ผ่านการทำแผนที่และสำรวจสถานการณ์พะยูนและทุ่งหญ้าทะเลในพื้นที่นำร่อง 4 แห่ง ได้แก่
· อ่าวปากคลอก จังหวัดภูเก็ต
· เกาะยาวใหญ่ จังหวัดพังงา
· เกาะพระทอง จังหวัดพังงา
· อ่าวทุ่งนางดำ จังหวัดพังงา
📈 วางรากฐานเพื่ออนาคต
พร้อมติดตามประชากรพะยูนและการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่หญ้าทะเลอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการวางแผนฟื้นฟูระบบนิเวศ และการอนุรักษ์พะยูนในระยะยาว