cut_off_piglet_tails_on_a_table_next_to_pliers

สวัสดิภาพที่ยังมองไม่เห็นในฟาร์มหมู กับความเสี่ยงของผู้บริโภค

บล็อก

By

ตั้งแต่ได้มาทำงานเรื่องการพัฒนาสวัสดิภาพสัตว์ฟาร์ม ผมได้รับรู้ถึงเบื้องหลังที่โหดร้ายของการทำฟาร์มอุตสาหกรรมที่ผมไม่เคยรู้มาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟาร์มหมูที่มีความโหดร้ายทารุณเป็นอย่างมาก

ความทรมานของหมูในประเทศไทย

ในประเทศไทยมีแม่หมูนับล้านตัวถูกขังอยู่ในกรงเหล็กแคบๆ จมอยู่ในกองมูลและของเสียตลอดทั้งชีวิต ภายใต้สภาพแวดล้อมที่มืด พื้นคอนกรีตที่แข็ง แห้งแล้งและชวนให้หดหู่ หางของพวกมันถูกตัดออกและถูกพรากลูกไปเมื่อคลอดได้แค่ไม่กี่วัน

1021087_0

สัตว์เหล่านี้ถูกกระทำด้วยความโหดร้ายเกินกว่าที่เราจะจินตนาการถึง ภายใต้ความคิดที่ว่าพวกมันเป็นแค่สัตว์และไม่มีความรู้สึกใดๆ พวกมันทำหน้าที่เป็นแค่ฟันเฟืองตัวหนึ่งของเครื่องจักรในกระบวนการผลิตอาหาร พวกมันจึงได้รับแค่สิ่งที่จำเป็นต่อการมีชีวิตอยู่เท่านั้น

ในยุคที่เรากำลังอยู่ในสถานการณ์แบคทีเรียดื้อยาที่กำลังเป็นปัญหาคุกคามต่อสัตว์ ผู้คนรวมถึงโลกใบนี้ ระบบฟาร์มอุตสาหกรรมยังคงมีการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างต่อเนื่องในจำนวนมหาศาลเพื่อให้หมูรวมถึงสัตว์ฟาร์มประเภทอื่นๆ สามารถทนอยู่ในสภาพที่โหดร้ายแบบนั้นได้

แม้ว่าจะมีผู้คนเป็นจำนวนมากภายใต้แคมเปญจะเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และเริ่มมีหลายหน่วยงานที่ตระหนักถึงปัญหาและให้คำมั่นสัญญาในการยุติความโหดร้ายนี้ แม่หมูในไทยค่อยๆได้รับการปล่อยออกจากคอกไปสู่การเลี้ยงแบบรวมกลุ่ม มีพื้นที่มากขึ้นในการเคลื่อนไหวและรวมกลุ่มกับหมูตัวอื่นๆ แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอต่อระบบฟาร์มอุตสาหกรรมที่ส่วนใหญ่ยังคงมีการเลี้ยงหมูแบบทรมานอยู่  

Victory for mother pigs in Thailand!

วิธีลัดที่เป็นหายนะของการใช้ยาปฏิชีวนะ

เพื่อที่จะผลิตหมูในต้นทุนที่ถูกที่สุดและรวดเร็วที่สุด ฟาร์มอุตสาหกรรมเลือกที่จะใช้ “วิธีลัด” เพื่อป้องกันสัตว์ฟาร์มที่อยู่อย่างแออัดและมีความเครียดจากอาการเจ็บป่วย วิธีลัดนั้นมีหน้าที่ทำให้สัตว์โตไวและได้น้ำหนักตามที่ตลาดต้องการโดยไม่เจ็บป่วยหรือตายเสียก่อน ซึ่งเป็นการลดต้นทุนในกระบวนการผลิตให้ได้มากที่สุด วิธีลัดที่ว่านั้นก็คือการใช้ยาปฏิชีวนะ

สัตว์ฟาร์มทั่วโลกรวมถึงหมูถูกใช้ยาปฏิชีวนะจำนวนกว่า 131,000 ตันทุกปี หรือกว่า 3 ใน 4 ของยาปฏิชีวนะที่มีบนโลกนี้ โดยยาปฏิชีวนะเหล่านี้มักถูกใช้ผสมในน้ำและอาหารให้พวกมันกิน มีการคาดการณ์ว่าจะมีการใช้ยาปฏีชีวนะสูงขึ้นถึงปีละ 200,000 ตันภายในปี 2030

cut_off_piglet_tails_on_a_table_next_to_pliers

ซูเปอร์บั๊คโกงความตาย

การใช้ยาปฏิชีวนะจำนวนมหาศาลนำไปสู่การก่อให้เกิดซูเปอร์บั๊ค (Superbugs) หรือเชื้อแบคทีเรียที่ทนต่อยาปฏิชีวนะได้ โดยยาปฏิชีวนะเป็นจำนวนมากที่ใช้ในฟาร์มนั้นล้วนอยู่ในกลุ่มที่มีความสำคัญต่อการรักษาสุขภาพในคน ดังนั้นเมื่อเชื้อซูเปอร์บั๊คเข้าสู่ร่างกายคนได้ผ่านการบริโภค ก็จะออกฤทธิ์ในการดื้อยาปฏิชีวนะเหล่านั้นด้วย

ปัจจุบันมีคนเสียชีวิตเพราะเชื้อซูเปอร์บั๊คปีละกว่า 700,000 คนทั่วโลกและคาดว่าจะถึงสูงถึงปีละ 10 ล้านคนภายในปี 2050 โดยในประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตเพราะเชื้อซูเปอร์บั๊คกว่าปีละ 38,000 คนต่อปี คิดเป็นชั่วโมงละกว่า 4 คน ผู้ที่มีความเสี่ยงมากที่สุดก็คือเด็กและผู้สูงอายุ รวมถึงผู้ที่ทำงานในฟาร์มที่ต้องสัมผัสตรงกับยาปฏิชีวนะเหล่านั้น

นอกจากนั้นยังมีหลักฐานบ่งชี้ว่ามีการพบยาปฏิชีวนะและซูเปอร์บั๊คปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมเช่นแหล่งน้ำที่อยู่บริเวณรอบฟาร์มอุตสาหกรรมทั่วโลก

ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแปลงสักที  

ผลการสำรวจล่าสุดขององค์กรพิทักษ์สัตว์ที่ทำให้สำรวจผู้บริโภคในประเทศบราซิล ออสเตรเลียและไทย เปิดเผยว่ากว่า 72% ไม่รู้ว่าหมูได้รับยาปฏิชีวนะเป็นจำนวนมาก และเมื่อเราเอาภาพจริงของการเลี้ยงหมูให้ดู ผู้คนส่วนมากรู้สึก “ไม่พอใจ” “รู้สึกว่าไม่ถูกต้อง” และ “ตกใจ” เป็นจำนวนมาก

4 ใน 5 ของผู้ที่ทำสำรวจมีความกังวลว่าการใช้ยาปฏิชีวนะเกินความจำเป็นในฟาร์มจะส่งผลต่อสุขภาพของพวกเค้าในฐานะผู้บริโภคด้วย จากการทำงานร่วมกับผู้ผลิตเนื้อหมูชั้นนำ ถ้าเรามีการพัฒนาสวัสดิภาพของฟาร์มหมูให้ดี เช่น มีพื้นที่มากขึ้น ไม่ต้องตัดตอนอวัยวะ ก็ทำให้หมูไม่ต้องเครียด เมื่อไม่มีความเครียด ก็ไม่จำเป็นต้องตัดตอนอวัยวะกันการกัดกันเอง เจ็บป่วยน้อยลง และไม่จำเป็นต้องมียาปฏิชีวนะลดลงไปด้วย

RPR

ซุปเปอร์มาร์เก็ตต้องลงมือวันนี้ 

เนื้อหมูนับเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่ามหาศาล ซุปเปอร์มาร์เก็ตจ่ายเงินหลายล้านบาทต่อปีเพื่อซื้อเนื้อหมูจากผู้ผลิต และนั่นทำให้ซุปเปอร์มาร์เก็ตมีอำนาจในการกำหนดวิธีการเลี้ยงหมูในฟาร์ม และถือเป็นความรับผิดชอบเช่นกันที่ต้องใช้อำนาจนั้นเพื่อนำไปสู่การพัฒนาการเลี้ยงหมูที่ส่งผลดีต่อผู้บริโภค

ซุปเปอร์มาร์เก็ตควรเริ่มคุยกับบริษัทคู่ค้าของตนในการพัฒนาการเลี้ยงหมูในฟาร์มให้มีสวัสดิภาพที่ดีและมั่นใจว่ามีการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างมีความรับผิดชอบ

วันนี้ผมรู้แจ้งแล้วว่าฟาร์มอุตสาหกรรมทำให้เราผิดหวังมากแค่ไหน ผมรู้สึกโกรธเคืองและอยากทวงสิทธิที่จะเรียกร้องสิ่งที่จะเห็นสิ่งที่ดีกว่านี้

การเปลี่ยนแปลงจะเกิดได้จริง แค่คุณช่วยเราเรียกร้อง

ภายใต้แคมเปญเลี้ยงหมูด้วยใจหรือ Raise Pig Right ผมได้ทำงานร่วมกับผู้ผลิตหมูในการพัฒนาสวัสดิภาพในการเลี้ยงหมู เพื่อให้แม่หมูได้ออกจากคอกและอยู่รวมกลุ่มกัน รวมถึงการลดขั้นตอนต่างๆที่สร้างความเจ็บปวดแก่ลูกหมูหรือการตัดตอนอวัยวะลูกหมู  

คุณเองก็สามารถร่วมกับผมในการสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ เพียงแค่ร่วมลงชื่อกับเราเพื่อเรียกร้องให้ซุปเปอร์มาร์เก็ตสัญญาที่จะจำหน่ายเนื้อหมูที่มาจากฟาร์มที่ส่งเสริมสวัสดิภาพที่ดี

เราจำเป็นต้องร่วมกันวันนี้ เพื่อให้ซุปเปอร์มาร์เก็ตคัดสรรเนื้อหมูจากฟาร์มที่มีการเลี้ยงหมูด้วยใจเท่านั้น!!