องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกสร้างฟาร์มต้นแบบขับเคลื่อนโครงการเลี้ยงหมูลดการใช้ยาปฏิชีวนะ

29 เมษายน 2019

สถานการณ์ความเลวร้ายเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมฟาร์มหมู หมูส่วนใหญ่ในประเทศไทยถูกเลี้ยงอย่างไม่ได้ใส่ใจในสวัสดิภาพสัตว์!

หลังเข้ามารับหน้าที่ผู้จัดการแคมเปญสัตว์ฟาร์ม องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกประเทศไทย โชคดี สมิทธิ์กิตติผล ผู้จัดการแคมเปญสัตว์ฟาร์มที่ได้รับหน้าที่เป็นหัวหอกในการดำเนินโครงการเลี้ยงหมูด้วยใจ ซึ่งริเริ่มตั้งแต่ พ.ศ.2561 เพื่อยกระดับสวัสดิภาพของหมูที่อยู่ในฟาร์มที่ปัจจุบันมีวิธีการเลี้ยงหลายอย่างที่ทารุณกรรมและสร้างความทรมานให้กับหมูเป็นอย่างมาก โดยความเร่งด่วนของการช่วยเหลือหมูในฟาร์มก็คือ การที่เราต้องยุติการเลี้ยงหมูแบบยืนซอง

ปัจจุบันแม่หมูนับล้านตัวในประเทศไทยยังถูกเลี้ยงแบบบังคับให้ยืนซองแคบๆที่มีขนาดไม่ต่างจากตู้เย็นขนาดเล็กตลอดทั้งชีวิต ซึ่งถือเป็นความทารุณต่อหมูเป็นอย่างมากและต้องได้รับการยุติอย่างเร่งด่วน ที่ผ่านมาแคมเปญได้รับความร่วมมือจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ บริษัท ซีพีฟู้ด และ เบทาโกร ในการประกาศระยะเวลาที่ชัดเจนเพื่อยุติวิธีการเลี้ยงแบบนี้แล้ว นอกจากนั้น Tops Supermarket ก็ได้ประกาศจะไม่นำเนื้อหมูที่มาจากฟาร์มที่มีการเลี้ยงแบบขังแม่หมูในซองมาจำหน่ายแล้ว ตลอดจนสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งประเทศไทย ที่จะเข้ามามีบทบาทในการสร้างความเข้าใจให้กับผู้ประกอบการเลี้ยงหมูให้ปรับเปลี่ยนมาสู่การเลี้ยงที่มีสวัสดิภาพเพิ่มมากขึ้น นายโชคดี สมิทธิ์กิตติผล ได้เล่าถึงความเป็นมาและความก้าวหน้าของโครงการไว้

โชคดี สมิทธิ์กิตติผล ผู้จัดการแคมเปญสัตว์ฟาร์มองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย เปิดเผยว่า องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกมีหน้าที่ทำงานปกป้องพิทักษ์และคุ้มครองสัตว์ ซึ่งแบ่งประเภทเป็นสัตว์ป่า สัตว์ที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยภิบัติ สัตว์ในฟาร์มที่ถูกทารุณกรรม จากการสำรวจพบว่า สัตว์ที่เลี้ยงในฟาร์มที่ได้รับความทุกข์ทรมานได้แก่ สุกร เพราะความต้องการบริโภค มีปริมาณสูง ดังนั้นการเลี้ยงหมูให้ได้รับการดูแลอย่างถูกต้องและมีสวัสดิภาพที่ดียังไม่เกิดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งนี้เพื่อเป็นการยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ในฟาร์ม โดยเฉพาะหมู ผ่านแคมเปญที่มีการดำเนินงานในหลายประเทศทั่วโลก

สถานการณ์ความเลวร้ายที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมฟาร์มหมู หมูส่วนใหญ่ในประเทศไทยถูกเลี้ยงอย่างไม่ได้ใส่ใจในสวัสดิภาพสัตว์ มีหลายขั้นตอนที่เกิดขึ้นเป็นการสร้างความทรมานให้กับหมู เช่น การขังแม่หมูในคอก การตัดอวัยวะ ไม่ว่าจะเป็น การตัดหาง กรอฟัน ขลิบหู  หรือทำหมันอย่างทารุณในลูกหมู เป็นต้น ทำให้หมูรู้สึกเจ็บปวด เครียด ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เลวร้ายในฟาร์มอุตสาหกรรม ฟาร์มที่เลี้ยงหมูแบบไม่มีสวัสดิภาพนี้ส่งผลให้หมูเหล่านี้เจ็บป่วย เครียด หรือมีอาการผิดปกติ ซึ่งส่งผลไปสู่การใช้ยาปฏิชีวนะเกินความจำเป็น และนี่ถือเปนที่มาหรือสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดแบคทีเรียดื้อยาปฏิชีวนะตกค้างในเนื้อหมูที่บริโภคอยู่ในปัจจุบัน และนำไปสู่ปัญหาทางสุขภาพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

โดยองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ได้มีการจัดทำรายงานการค้นพบเชื้อแบคทีเรียดื้อยาปฏิชีวนะที่ตกค้างในเนื้อหมู โดยนำตัวอย่างเนื้อหมูที่วางขายในซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำมาทดสอบ โดยผลการทดสอบน่าตกใจเป็นอย่างยิ่งว่า กว่า 90% ของเนื้อหมูพบแบคทีเรียดื้อยาปฏิชีวนะ จากผลรายงานดังกล่าวจึงประสานงานและส่งข้อมูลต่างๆให้กับผู้ผลิตเนื้อหมูและซุปเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่ง เพื่อผนึกกำลังทำให้หมูมีชีวิตที่ดีขึ้น จากการผลักดันภายใต้โครงการรณรงค์เลี้ยงหมูด้วยใจ ในส่วนของประเทศไทย บริษัท ซีพีฟู้ด(CPF) ก็ได้ประกาศที่จะยุติการกักขังแม่หมูในประเทศไทยภายใน พ.ศ. 2568 และต่างประเทศ (ยกเว้นจีนและอินโดนีเซีย) ภายใน พ.ศ. 2571 และ บริษัท เบทาโกร ได้ประกาศในการยุติการเลี้ยงแบบขังแม่หมูทั้งในขณะตั้งครรภ์และคลอดใน พ.ศ. 2570

ทั้งนี้ องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทยทำงานร่วมกับ - ภาคส่วน ได้แก่ กลุ่มแรก ฟาร์มผลิต สมาคมเลี้ยงหมูแห่งประเทศไทย กลุ่มที่สอง ผู้บริโภคที่องค์กรรณรงค์แคมเปญให้ตระหนักรู้เรื่องเนื้อหมูที่ปลอดภัย เพื่อสร้างแรงกระเพื่อมให้กลุ่มผู้ผลิตได้เลี้ยงหมูอย่างถูกต้อง และกลุ่มที่สาม ซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งเป็นตัวกลางในการนำเนื้อหมูจากผู้ผลิตส่งต่อถึงผุ้บริโภคเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคได้เลือกเนื้อหมูที่ถูกลี้ยงในฟาร์มต้นแบบสร้างสวัสดิภาพที่ดีต่อหมู ซึ่งทางองค์กรจะมีทีมงานที่พร้อมเข้าไปให้ความรู้ ติดตาม และตรวจสอบฟาร์มที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงการเลี้ยงหมูแบบเดิม ไม่ใช่เฉพาะแค่องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทยเท่านั้นที่รณรงค์การเลี้ยงสัตว์ในฟาร์มให้ถูกต้องตามสวัสดิภาพ แต่เป็นเฟรมเวิร์คการส่งเสริมสวัสดิภาพการเลี้ยงหมูทั่วโลก โดยในบางประเทศทำสำเร็จแล้ว อาทิ กลุ่มประเทศยูเค สวีเดน มีการรับรองเนื้อหมูจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตปลอดสารปฏิชีวนะ ประเทศไทยทำการผลักดันให้ภาครัฐตระหนักการเลี้ยงหมูอย่างถูกต้องเพื่อลดการใช้ยาปฏิชีวนะ เพราะอุตสาหกรรมการเลี้ยงหมูไม่ใช่แค่ภายในประเทศเท่านั้น แต่เป็นระดับการส่งออก นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความปลอดภัยต่อผู้บริโภค

Credit: Thai Post

เราทุกคนสามารถมีส่วนร่วมและเป็นพลังขับเคลื่อนต่อการเปลี่ยนแปลงฟาร์มหมูให้เลี้ยงหมูแบบมีสวัสดิภาพที่ดีขึ้นได้ ร่วมลงนามเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนี้ ลงนาม​

 

บอกต่อเพื่อนๆ