Investing in Others: ขยายการขับเคลื่อนสวัสดิภาพสัตว์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ข่าว
Investing in Others สนับสนุนภาคีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบด้านสวัสดิภาพสัตว์ ส่งผลเชิงบวกต่อสัตว์กว่า 6 ล้านตัว
ระบบการผลิตอาหารจากสัตว์กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว เพื่อตอบสนองความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาค แต่ภายใต้การเติบโตนี้ ประเด็นสวัสดิภาพสัตว์ยังคงถูกมองข้าม และยังไม่ถูกบูรณาการอย่างเป็นระบบในห่วงโซ่อาหาร
สัตว์ในระบบฟาร์มไม่ใช่เพียงทรัพยากรการผลิต หากแต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถรับรู้ความเจ็บปวด ความเครียด และคุณภาพชีวิตของตนเองได้ การพัฒนาระบบอาหารที่ยั่งยืนจึงไม่อาจแยกขาดจากการคำนึงถึงชีวิตของสัตว์เหล่านี้
โครงการ Investing in Others ขององค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อ ขยายการขับเคลื่อนสวัสดิภาพสัตว์ในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านการสนับสนุนองค์กรท้องถิ่น การสร้างความร่วมมือ และการผลักดันการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบในภาคการผลิตอาหาร

จากการสนับสนุน สู่การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ
โครงการ Investing in Others เริ่มดำเนินงานในปี 2021 และปัจจุบันเข้าสู่ระยะที่ 3 โดยทำงานร่วมกับภาคีในอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย และเวียดนาม
แนวทางสำคัญของโครงการไม่ใช่เพียงการให้ทุนสนับสนุน แต่ยังรวมถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้ การพัฒนาศักยภาพ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
การสนับสนุนจาก Coefficient Giving และ Dutch Postcode Lottery มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนให้ภาคีในภูมิภาคสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และขยายผลกระทบในวงกว้างมากขึ้น
ความสำเร็จที่เกิดขึ้น: จากการลงมือทำ สู่ผลกระทบในวงกว้าง
ตลอดการดำเนินงานตั้งแต่ระยะที่ 1 ถึงระยะที่ 3 โครงการ Investing in Others ได้ขยายจากการสนับสนุนองค์กรในระดับประเทศ สู่การสร้างแรงขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การทำงานร่วมกันของภาคีในหลายประเทศช่วยยกระดับประเด็นสวัสดิภาพสัตว์ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบอาหารที่ยั่งยืน พร้อมสร้างแรงขับเคลื่อนใหม่ที่เชื่อมโยงนโยบาย ภาคธุรกิจ เกษตรกร และผู้บริโภคเข้าด้วยกัน
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงการขยายผลกระทบในวงกว้าง
- สัตว์ในระบบฟาร์มกว่า 6,121,600 ตัว ได้รับผลกระทบเชิงบวก
- ผู้คนกว่า 11,180,105 คน เข้าถึงและมีส่วนร่วมกับกิจกรรมของโครงการ
ตัวเลขเหล่านี้ไม่เพียงสะท้อนผลลัพธ์ของโครงการ แต่ยังสะท้อนถึงการเติบโตของการขับเคลื่อนสวัสดิภาพสัตว์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และสร้างรากฐานสำคัญสำหรับการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบในระดับภูมิภาค

ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในหลายระดับ
ด้านนโยบาย: จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงระยะยาว
ในเวียดนาม สมาคมคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์เวียดนามได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ พัฒนาแนวทางการเลี้ยงไก่ไข่และไก่เนื้อที่คำนึงถึงสวัสดิภาพสัตว์ ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับทางการ และถูกนำไปถ่ายทอดสู่เกษตรกร
ขณะเดียวกัน ในอินโดนีเซีย มูลนิธิผู้บริโภคแห่งอินโดนีเซียได้ผลักดันให้หลักการเสรีภาพทั้งห้า (Five Domains) ถูกนำไปพิจารณาในระบบมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร นับเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการสวัสดิภาพสัตว์เข้าสู่ระบบกำกับดูแลของประเทศ
ภาคธุรกิจ: พลังในการขับเคลื่อนตลาด
ในประเทศไทย Patom Organic Living ได้ร่วมกับฟาร์มพันธมิตร พัฒนาระบบการรองรับแบบมีส่วนร่วม (Participatory Guarantee System)เพื่อเชื่อมโยงเกษตรกรและผู้บริโภค ซึ่งให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพสัตว์เป็นหัวใจหลักของการรับรองมาตรฐานฟาร์มและผลิตภัณฑ์จากสัตว์โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของเครือข่ายฟาร์มในการตรวจประเมิน แลกเปลี่ยนความรู้ และยกระดับมาตรฐานร่วมกัน
ในบาหลี โครงการยังสนับสนุน AWATARA หน่วยรับรองมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์จากมหาวิทยาลัยอูดายานา ซึ่งทำหน้าที่ให้ความรู้กับเกษตรกรและตรวจประเมินฟาร์ม รวมถึงการพัฒนาชุมชนต้นแบบด้านฟาร์มไก่ไข่เลี้ยงแบบปล่อยอิสระที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจท้องถิ่น

ขยายต้นแบบฟาร์มและองค์ความรู้: จุดที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจริง
ในเวียดนาม Centre for Marinelife Conservation and Community Development (MCD) ได้ร่วมกับสหกรณ์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ พัฒนาแนวทางการเลี้ยงกุ้งและปลากะพงที่คำนึงถึงทั้งสวัสดิภาพสัตว์และสิ่งแวดล้อม ส่งผลเชิงบวกต่อสัตว์น้ำมากกว่า 1.05 ล้านตัว
ในบาหลี องค์กร Animals Don’t Speak Human (ADSH) ได้พัฒนาหลักสูตรการเลี้ยงไก่ไข่แบบไม่ใช้กรง เพื่อเตรียมบุคลากรรุ่นใหม่ และสนับสนุนเกษตรกรที่ต้องการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบที่มีมาตรฐานสูงขึ้น
ขณะที่ในฟิลิปปินส์ สมาคมสวัสดิภาพสัตว์แห่งฟิลิปปินส์ (The Philippines Animal Welfare Society/PAWS) ได้ทดลองใช้อุปกรณ์เสริมสร้างพฤติกรรมตามธรรมชาติของสัตว์ในฟาร์มไก่เนื้อ เช่น แท่นพักและอุปกรณ์ให้ไก่จิกเล่น ซึ่งช่วยลดปัญหาสุขภาพของไก่ และสะท้อนให้เห็นว่าสวัสดิภาพสัตว์สามารถพัฒนาไปพร้อมกับประสิทธิภาพการผลิตได้
ในบาหลี องค์กร Sintesia Animalia Indonesia กำลังดำเนินการศึกษาห่วงโซ่อุปทานสุกร ตั้งแต่ระดับฟาร์มไปจนถึงผู้บริโภค เพื่อทำความเข้าใจความเสี่ยงด้านสุขภาพ สวัสดิภาพสัตว์ และสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน
งานวิจัยนี้มีบทบาทสำคัญในการสร้างฐานข้อมูลเชิงลึก ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนานโยบายและแนวทางการผลิตที่ยั่งยืนในอนาคต
การสร้างมีส่วนร่วมของสังคม
นอกจากการทำงานร่วมกับภาครัฐและภาคธุรกิจแล้ว “ความเข้าใจของสังคม” คืออีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะทำให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้จริงในระยะยาว
ในอินโดนีเซีย องค์กร Perkumpulan Ayam Sejahtera Indonesia (PASI) ได้จัดกิจกรรมให้ความรู้ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสวัสดิภาพสัตว์ และส่งเสริมการเลือกบริโภคไข่จากระบบที่มีมาตรฐานสูงขึ้น
การทำงานมุ่งเน้นไปยังกลุ่มผู้บริโภคสำคัญ เช่น แม่บ้านในฐานะผู้ตัดสินใจซื้ออาหารของครัวเรือน และเยาวชนในฐานะผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง
ในเวียดนาม Evergreen Labs ได้ก่อตั้ง HealthyFarm Network ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเครือข่ายความร่วมมือด้านสวัสดิภาพไก่ไข่แห่งแรกของประเทศ โดยเชื่อมโยงเกษตรกร ผู้เชี่ยวชาญ ภาคธุรกิจ และผู้ซื้อเข้าด้วยกัน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมไข่ที่มีมาตรฐานด้านสวัสดิภาพสัตว์สูงขึ้น

เมื่อการเปลี่ยนแปลง เริ่มจาก “คนในพื้นที่” FANSEA: ขยายเครือข่ายสวัสดิภาพสัตว์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นอกจากการสนับสนุนผู้รับทุนแล้ว โครงการยังได้ริเริ่ม FANSEA (Farmed Animal Network Southeast Asia) เครือข่ายระดับภูมิภาคที่เชื่อมโยงองค์กร นักวิจัย ภาคธุรกิจ และผู้ทำงานด้านสวัสดิภาพสัตว์เข้าด้วยกัน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงระบบอาหารในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เครือข่ายนี้มีบทบาทสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างความร่วมมือ และยกระดับการทำงานด้านสวัสดิภาพสัตว์ในระดับภูมิภาค โดยเปิดพื้นที่ให้ผู้ขับเคลื่อนจากหลายประเทศสามารถทำงานร่วมกัน และขยายผลกระทบให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบในระยะยาว
FANSEA ยังสะท้อนพันธกิจสำคัญขององค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่านจากระบบการผลิตสัตว์แบบอุตสาหกรรม ไปสู่ระบบอาหารที่คำนึงถึงสวัสดิภาพสัตว์ ความยั่งยืน และความเป็นธรรมต่อทุกชีวิต การสร้างเครือข่ายระดับภูมิภาคจึงเป็นกลไกสำคัญในการขยายการทำงาน และเร่งการเปลี่ยนแปลงในวงกว้าง
สิ่งที่ทำให้ Investing in Others แตกต่าง คือการมุ่งสนับสนุนผู้ขับเคลื่อนในพื้นที่โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นองค์กรภาคประชาสังคม เกษตรกร นักวิชาการ หรือภาคธุรกิจ เพราะการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนไม่ได้เกิดจากแนวคิดจากภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการสนับสนุนให้คนในพื้นที่สามารถออกแบบการเปลี่ยนแปลงที่เหมาะสมกับบริบทของตนเอง

ก้าวต่อไปของระบบอาหารที่คำนึงถึงทุกชีวิต
การพัฒนาระบบอาหารที่ยั่งยืนไม่ใช่เพียงเรื่องของสิ่งแวดล้อมหรือความมั่นคงทางอาหารเท่านั้น แต่ยังรวมถึง “คุณภาพชีวิตของสัตว์” ที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบนั้น
โครงการ Investing in Others แสดงให้เห็นว่า เมื่อมีการสนับสนุนที่เหมาะสม และความร่วมมือจากหลายภาคส่วน การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบก็สามารถเกิดขึ้นได้จริง
และการเปลี่ยนแปลงนั้น…กำลังเริ่มต้นขึ้นแล้วในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Farmed Animal Network Southeast Asia
GET TO KNOW
At World Animal Protection, we move the world to protect animals, where animals live free from cruelty and suffering